อาหารเพื่อสุขภาพ

ประโยชน์ของไข่ต้ม อาหารธรรมดา ๆ แต่แฝงคุณค่ามหัศจรรย์

ประโยชน์ของไข่ต้ม ไม่ได้แค่ช่วยลดน้ำหนักหรือสร้างกล้ามเนื้อ แต่มีดีถึงขั้นลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้ !

ประโยชน์ของไข่ต้ม อาหารที่ช่วยบำรุงร่างกายเราได้ ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเลยค่ะ อย่างเช่น ไข่ต้ม ที่นอกจากจะอร่อย หาง่าย และมีราคาถูกแล้ว ยังอุดมไปด้วยสารอาหารดี ๆ ที่มีประโยชน์เพียบ เรียกได้ว่าแค่กินไข่ต้มวันละฟอง ก็ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ร่างกายต้องการเกือบจะครบถ้วน แถมยังช่วยบำรุงสุขภาพได้มากมายเลยด้วย รู้อย่างนี้แล้ว เราเลยอยากชวนไปดูกันว่า ประโยชน์ของไข่ต้มมีดีแค่ไหน

1. อุดมไปด้วยสารอาหารที่ร่างกายต้องการ

ไข่ต้มสุกนั้นอุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายของเรามากมาย ทั้งโปรตีน สังกะสี วิตามินเอ วิตามินบี 1 บี 2 บี 6 บี 12 วิตามินดี วิตามินอี ธาตุเหล็ก สังกะสี แคลเซียม ฟอสฟอรัส กรดโฟลิก เลซิทิน ลูทีน และซีแซนทีน ซึ่งสารอาหารเหล่านี้จะช่วยให้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นบอกได้เลยว่าแค่กินไข่ต้มวันละฟองก็จะช่วยให้ร่างกายร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ได้ แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดก็ควรกินไข่ต้มร่วมกับอาหารประเภทอื่น ๆ ให้ครบทั้ง 5 หมู่ด้วยนะคะ

2. ปลอดภัยกว่ากินไข่ดิบ

การกินไข่ดิบ ๆ หรือไข่ที่ยังไม่สุกดี ไม่ดีต่อร่างกายเราอย่างมากเลยนะคะ เพราะร่างกายของเรานั้นจะย่อยไข่ที่ไม่สุกได้ค่อนข้างยาก และไข่ขาวที่ไม่สุกยังไปขัดขวางการดูดซึมไบโอตินที่เป็นวิตามินบีชนิดหนึ่งในลำไส้ของเรา ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมวิตามินบีไปใช้ได้อย่างเต็มที่ แถมที่สำคัญการกินไข่ดิบยังมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของเราอีกด้วย ฉะนั้นแล้วการกินไข่ต้มสุกจึงถือเป็นการเลือกกินอาหารที่ดี มีประโยชน์ และปลอดภัยต่อร่างกายเราได้มากกว่าไข่ดิบนั่นเองค่ะ

3. ช่วยสร้างกล้ามเนื้อ

ไข่ต้มเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน โดย 1 ฟอง มีโปรตีนอยู่ถึง 6 กรัม ซึ่งในโปรตีนนั้นมีกรดอะมิโนที่ช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อให้กับร่างกายอยู่ ดังนั้นหากใครอยากมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงก็ควรกินไข่ต้มบ่อย ๆ โดยเฉพาะคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ ซึ่งมีโอกาสกล้ามเนื้อฉีกขาดได้ง่าย คนที่ออกกำลังกายจึงควรกินโปรตีนเยอะ ๆ เพื่อไปซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่ฉีกขาดเหล่านั้น อย่างที่เรามักจะเห็นหลายคนชอบกินไข่ต้มเป็นประจำหลังออกกำลังกายเสร็จนั่นล่ะค่ะ

4. เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง

หากอยากเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ร่างกายของเราจำเป็นต้องได้รับแคลเซียมและฟอสฟอรัสมาก ๆ ซึ่งในไข่ก็มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูงพอสมควร แถมยังมีวิตามินดี (วิตามินที่ส่วนมากได้รับจากแสงแดด) ซึ่งวิตามินดีมีหน้าที่หลักคือช่วยดูดซึมและทำให้ร่างกายใช้ประโยชน์จากแคลเซียมและฟอสฟอรัสได้อย่างเต็มที่ ฉะนั้นการกินไข่ต้ม จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกของเราให้แข็งแรงได้ หรือจะกินไข่ต้มพร้อมกับนมรสจืด เติมแคลเซียมแบบคูณสองให้กระดูกแข็งแรงยิ่งขึ้น ลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุนไปเลยค่ะ

5. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

ทั้งวิตามินเอ วิตามินดี และธาตุเหล็ก เป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มในร่างกายของเราให้แข็งแรงและยังช่วยให้การผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงเป็นไปอย่างปกติอีกด้วย ดังนั้นการกินไข่ต้มที่อุดมไปด้วยสารอาหารทั้ง 3 ชนิดสูง จึงช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายของเราได้ค่ะ

6. บำรุงเล็บและเส้นผม

ไข่ต้มนอกจากจะเป็นแหล่งโปรตีนแล้ว ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินดี ธาตุเหล็ก สังกะสี และกำมะถันในปริมาณมาก ซึ่งทั้งหมดเป็นสารอาหารที่ช่วยบำรุงเส้นผมและเล็บของเราให้แข็งแรง ไม่หลุดร่วงหรือเปราะบางได้ง่าย ๆ นะคะ

7. บำรุงสายตา

รู้ไหมคะว่าเพียงแค่เรากินไข่ต้มเป็นประจำสามารถป้องกันจอประสาทตาเสื่อมและลดความเสี่ยงเป็นต้อกระจกลงได้ เนื่องจากในไข่ต้มมีสารอาหารสำคัญที่ช่วยปกป้องดวงตาของเราอย่างลูทีนและซีแซนทีนอยู่ จึงทำให้การกินไข่ช่วยบำรุงสายตาของเราได้นั่นเองค่ะ

8. บำรุงสมอง

นอกจากการออกกำลังกายและกินอาหารที่ดีมีประโยชน์แล้ว การกินไข่ต้มยังสามารถบำรุงสมองและป้องกันไม่ให้เราเป็นอัลไซเมอร์ด้วยนะคะ เพราะในไข่ 1 ฟอง จะมีโคลีนมากถึง 20% เลยทีเดียว ซึ่งโคลีนเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อกล้ามเนื้อ เยื่อหุ้มเซลล์ เยื่อหุ้มสมอง และเซลล์ประสาท เมื่อได้รับมาก ๆ จะช่วยบำรุงรักษาระบบประสาทและสมองของเราให้แข็งแรง ช่วยส่งเสริมการทำงานของเซลล์สมองในเรื่องความทรงจำ แถมยังช่วยป้องกันไม่ให้ทารกในครรภ์มีอาการผิดปกติในท่อประสาทได้อีกด้วย

9. ช่วยลดและควบคุมน้ำหนัก

ไข่ต้ม 1 ฟองให้พลังงานราว ๆ 70-85 กิโลแคลอรีค่ะ ซึ่งจัดว่าให้พลังงานน้อย จึงเป็นเหตุผลดี ๆ ที่ทำให้คนเลือกกินไข่ต้มเพื่อลดความอ้วนและควบคุมน้ำหนัก โดยเฉพาะในช่วงมื้อเช้า เพราะนอกจากไข่ต้มจะมีแคลอรีไม่สูงแล้ว โปรตีนในไข่จะช่วยให้แป้งและน้ำตาลถูกย่อยและดูดซึมอย่างช้า ๆ ทำให้เราอิ่มนาน ไม่รู้สึกหิวบ่อย ๆ จึงกินอาหารมื้ออื่น ๆ ได้น้อยลงตามไปด้วย ดังนั้น หากใครคิดจะลดน้ำหนัก ก็อย่าลืมใช้ไข่ต้มเป็นตัวช่วยด้วยนะคะ โดยอาจจะกินไข่ต้มพร้อมกับน้ำส้มคั้นสด ๆ แบบน้ำตาลน้อย ก็จะช่วยให้ร่างกายยิ่งดูดซึมธาตุอาหารจากไข่ได้ดีขึ้นด้วย

10. ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

ในไข่ต้มที่เรากินกันนั้น มีไขมันดีหรือไขมันไม่อิ่มตัว อย่างไขมันโอเมก้า 3 อยู่ ซึ่งไขมันตัวนี้ เป็นไขมันที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย ช่วยบำรุงหัวใจให้แข็งแรง และช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ในเลือดของเราไม่ให้สูงเกินไป เพราะหากเรามีไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง จะทำให้มีความเสี่ยงโรคหัวใจและมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น อีกทั้งสารโคลีนที่พบได้มากในไข่ ยังช่วยลดการอักเสบอันเป็นสาเหตุของโรคหัวใจได้อีกด้วย

ส่วนใครที่เชื่อว่าไข่แดงมีคอเลสเตอรอลสูง หากกินทุกวันน่าจะทำให้เสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้มากกว่า ต้องขอบอกตรงนี้เลยว่า นพ.กรภัทร มยุระสาคร จากโรงพยาบาลสมุทรสาคร ได้ทำการวิจัยแล้วพบว่าคอเลสเตอรอลที่มีอยู่ในไข่นั้นเป็นคอเลสเตอรอลชนิดที่ดีต่อร่างกาย ดังนั้นจึงหมดห่วงเรื่องคอลเลสเตอรอลในไข่ได้ แถมแพทย์คนดังกล่าวยังบอกอีกด้วยนะ ว่าการกินไข่ยังช่วยลดคอลเลสเตอรอลไม่ดีได้ด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา …

More
อาหารเพื่อสุขภาพ

กินหอยนางรม ทำไมถึงเป็นอาหารเจ ? ไขข้อสงสัยเทศกาลกินเจ

กินหอยนางรม เมื่อช่วงเทศกาลกินเจมาถึง

กินหอยนางรม คนที่กินเจทั้งหลายนอกจากจะคร่ำเคร่งไปกับการสร้างบุญสร้างกุศลแล้ว ยังคงฝักใฝ่อยู่กับการละเว้นกินเนื้อสัตว์และอาหารต้องห้ามในเทศกาลกินเจกันอย่างเคร่งครัด โดยตั้งอยู่บนความสงสัยว่า ทำไมอาหารบางอย่างกินได้ แต่บางอย่างกลับห้ามกิน เช่นเดียวกับ “หอยนางรม” ที่หลายคนอาจจะคลางแคลงใจว่า ทำไม ? หอยนางรมก็เป็นอาหารเจ ทั้ง ๆ ที่ทุกคนรู้ว่า หอยนางรม ถือเป็น

ชนิดหนึ่งเป็นสัตว์มีชีวิต แต่ทำไมถึงถูกยกเว้นให้เป็นอาหารเจไปได้ วันนี้กระปุกดอทคอมก็มีคำตอบมาให้แล้วว่า ทำไมหอยนางรมถึงเป็นอาหารเจ ถ้าอยากรู้คำตอบแล้วก็ลองตามมาทำความเข้าใจกันเลยจ้า

หอยนางรม ที่ถูกยกเว้นให้เป็นอาหารเจ เกิดขึ้นมาจากความเชื่อและตำนานที่เล่าต่อ ๆ กันมาว่า เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านพาประชาชนที่นับถือในพระพุทธศาสนาหนีตายจากการเข่นฆ่าของพระเจ้าเมี่ยวจวงลงเรือออกทะเล บ้างก็ว่าเป็นสาวกของเจ้าแม่กวนอิมเดินทางออกไปแสวงบุญแล้วเสบียงอาหารหมด แต่ทั้ง 2 ตำนานมีความคล้ายคลึงกันตรงที่การเดินทางออกทะเลด้วยหนทางที่ยาวไกลและใช้ชีวิตอยู่กลางทะเลมาเป็นเวลานาน จนเสบียงต่าง ๆ บนเรือนั้นเริ่มหมดไป ก็ทำให้เกิดความหิวโหย แต่ครั้นจะหาจับสัตว์หรือปลาในท้องทะเลกินนั้นก็จะเป็นการทำบาปต่อสัตว์โลก ไม่ตรงจุดประสงค์ในการมาแสวงบุญ ทุกคนจึงอธิฐานว่า จะลองเอาไม้พายจุ่มลงไปในทะเล ถ้าหากมีสิ่งใดติดขึ้นมาก็จะกินสิ่งนั้นเป็นอาหาร ปรากฎว่ามีหอยนางรมติดไม้พายขึ้นมา ก็เลยนำหอยนางรมขึ้นมากินเป็นอาหาร จากเรื่องเล่านี้เองที่ทำให้หอยนางรมเป็นอาหารที่สามารถรับประทานได้ในช่วงกินเจนั่นเอง

บางตำนานก็กล่าวว่า หอยนางรมเป็นสัตว์ที่ไม่มีเลือดสามารถกินได้ในช่วงเทศกาลกินเจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละคนว่า สมเหตุสมผลหรือไม่ เพราะนี่ก็เป็นเพียงตำนานที่เล่าต่อ ๆ กันมาเท่านั้นเอง อย่างไรก็ตาม ในคนที่ไม่ต้องการเบียดเบียนชีวิตสัตว์อย่างแท้จริงก็จะถือว่าหอยนางรมเป็นสิ่งมีชีวิต และเลือกที่จะไม่ทานหอยนางรมในช่วงเทศกาลกินเจ

ความเชื่อก็คือความเชื่อนะคะ โปรดใช้วิจารณญาณในการเลืิกกินก็แล้วกันเนอะ…

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

More
Uncategorized, อาหารเพื่อสุขภาพ

ข้าวต้มทะเล เมนูอาหารจานเดียว เมนูอร่อยเติมพลังอิ่มท้องรับวันใหม่

ข้าวต้มทะเล เติมไอโอดีนให้ร่างกายกันโรคคอพอกด้วยเมนูข้าวต้มทะเล

ข้าวต้มทะเล สูตรจาก คุณมอแกนน้อย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม สูตรนี้ใส่กุ้งสดกับปลาหมึก เพิ่มความหอมด้วยน้ำซุปใส่กุ้งแห้งกับปลาหมึกแห้ง สุดท้ายโรยกระเทียมเจียว

ส่วนผสม
• กุ้ง
• ปลาหมึก
• รากผักชี
• กระเทียม
• กุ้งแห้ง
• ปลาหมึกแห้ง
• ซีอิ๊วขาว
• เกลือ
• กระเทียมเจียว
• ข้าวสวย
• ต้นหอม
• ผักชี
• ขึ้นฉ่าย
• พริกป่น
• พริกน้ำส้ม

วิธีทำ

1. ใส่รากผักชีน้ำซุปในน้ำซุป พร้อมหัวกระเทียม ตามด้วยกุ้งแห้งและปลาหมึกแห้ง ต้มจนปลาหมึกแห้งเนื้ออ่อน กุ้งแห้งเนื้ออ่อน ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวและเกลือ
2. ใส่ตั้งฉ่ายลงไปต้มพร้อมกับกุ้งแห้ง ช่วยเพิ่มความเค็มในน้ำซุป
3. ตักข้าวสวยใส่ถ้วยแล้วตักน้ำซุปราดลงไป ใช้ทัพพีบี้จนข้าวไม่ติดกันก็ใช้ได้
4. เอากุ้งกับปลาหมึกไปลวกพอสุก ตักใส่ชามข้าวต้ม ใส่กระเทียมเจียว ต้นหอม ผักชี หรือขึ้นฉ่าย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

More
อาหารเพื่อสุขภาพ

ยำต้นอ่อนทานตะวัน เมนูสุดซี้ดจากผักออแกนิกส์มากประโยชน์

ยำต้นอ่อนทานตะวัน เมนูสุดอร่อยจากผักออแกนิกส์ที่กำลังฮอตฮิต

ยำต้นอ่อนทานตะวัน ก็อย่างที่รู้ ๆ กันดีอยู่แล้วว่า ต้นอ่อนทานตะวัน กำลังมาแรงแซงทางโค้งผักสลัดชนิดอื่น ๆ ไปแล้ว ซึ่งประโยชน์ของต้นอ่อนทานตะวัน ก็มีมากมายจนต้องร้องว้าว [คลิกดู ต้นอ่อนทานตะวัน ประโยชน์อนันต์ที่ไม่ควรพลาดจากพืชตัวน้อย] คนที่รักสุขภาพก็หันมาศึกษาวิธีปลูกต้นอ่อนทานตะวัน กินเองก็มากมาย วันนี้กระปุกดอทคอมก็เลยอยากจะขอนำเสนออีกหนึ่งเมนูอร่อยจากต้นอ่อนทานตะวันมาฝากให้ได้ลองทำกันกับเมนูที่มีชื่อว่า ยำต้นอ่อนทานตะวัน เมนูสุดซี้ดที่ไม่ได้มีดีแค่ความอร่อย น่าลิ้มลองสุด ๆ

ส่วนผสม

ต้นอ่อนทานตะวัน
แป้งทอดกรอบ
น้ำเย็นจัด
น้ำมันพืช (สำหรับทอด)
หมูสับ
ปลาหมึก หั่นเป็นแว่น
กุ้งสด ปอกเปลือกเหลือหาง
มะนาว 1 ลูก
น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
มะเขือเทศเชอร์รี
หอมใหญ่
ขึ้นฉ่าย

วิธีทำ

-ละลายแป้งทอดกรอบกับน้ำเย็นจัด คนผสมให้ละลายเข้ากัน
-ใส่ต้นอ่อนทานตะวันลงไปคลุกในส่วนผสมแป้งให้ทั่ว


-ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืชลงไป พอน้ำมันร้อนนำต้นอ่อนทานตะวันลงไปทอดจนสุกเหลืองกรอบ ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน เตรียมไว้
-ซอยพริกขี้หนู ซอยขึ้นฉ่าย หั่นมะนาวเป็นซีก ๆ ผ่าครึ่งมะเขือเทศ และหั่นหอมใหญ่บาง ๆ เตรียมไว้


-ต้มน้ำจนเดือด ใส่หมูสับลงไปรวนจนสุก ตามด้วยกุ้งและปลาหมึก ลวกจนเนื้อสัตว์ทั้งหมดสุกดี เทใส่ภาชนะสำหรับคลุก
-ใส่น้ำตาลทรายลงไป ตามด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว มะเขือเทศ พริกขี้หนู ขึ้นฉ่ายซอย และหอมใหญ่ เคล้าผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ
-จัดต้นอ่อนทานตะวันทอดกรอบใส่จาน เสิร์ฟคู่กับน้ำยำที่เตรียมไว้ และผักสลัดตามชอบ

แจ่บ ๆ แค่มองผ่านคลิปวิดีโอยังชวนให้น้ำลายสอข้างปากได้ขนาดนี้ ถ้าได้ลงมือทำยำต้นอ่อนทานตะวันกินเองที่บ้านดู จะหิวโหยขนาดไหน ใครใคร่ใส่เครื่องอะไรก็จัดไปตามสะดวกเลยจ้า

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

More
อาหารเพื่อสุขภาพ

อาหารบำรุงสุขภาพ สร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง ห่างไกลจากโรค

อาหารบำรุงสุขภาพ เคยสงสัยกันหรือเปล่าคะว่าการที่คุณป่วยบ่อยนั้นมีสาเหตุมาจากอะไร?

อาหารบำรุงสุขภาพ ซึ่งจริงๆ แล้ว หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เจ็บป่วยอยู่เป็นประจำ ก็เพราะร่างกายไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่เหมาะสม ทำให้เชื้อโรคต่างๆ เข้าสู่ร่างกายได้ง่าย ซึ่งวันนี้เราจะมาดูกันว่ามีอาหารประเภทใดบ้าง ที่คุณสามารถรับประทานเพื่อช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายได้มากยิ่งขึ้น กับ 6 อาหารบำรุงสุขภาพ ที่ยิ่งกินยิ่งช่วยสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพดังนี้

1.ผลไม้ตระกูลมะนาว

ผลไม้ตระกูลมะนาวหรือผลไม้กลุ่มซิตรัส ไม่ว่าจะเป็นมะนาว, ส้ม, เสาวรส ฯลฯ ถือเป็นผลไม้ประเภทที่มีวิตามินซีสูง ซึ่งวิตามินซีนั้นถือเป็นแร่ธาตุสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี เมื่อคุณรับประทานเป็นประจำ ก็จะช่วยทำให้ห่างไกลจากโรคไข้หวัด รวมไปถึงกลุ่มโรคต่างๆ เกี่ยวกับข้องกับระบบทางเดินหายใจ นอกจากนี้ยังช่วยสมานแผลอักเสบต่างๆ ให้หายเร็วขึ้นด้วย

2.ผักและผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีน

เบต้าแคโรทีนเป็นสารอาหารสำคัญที่พบได้ในมันหวาน, แครอท, ปวยเล้ง, ผักกาดหอม, บร็อคโคลี่, พริกหยวกแดง, ฟักทอง, มะม่วงสุก, ถั่วลันเตา, มะเขือเทศ, ส้ม ฯลฯ ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอเมื่อเข้าสู่ร่างกาย โดยทำหน้าที่ในการยับยั้งอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคมะเร็งหลายชนิด

3.กระเทียม

ในกระเทียมมีสารต้านแบคทีเรียรวมไปถึงเชื้อไวรัส ทำให้เมื่อรับประทานแล้ว สารอาหารในกระเทียมจะทำหน้าที่ในการดักจับเชื้อโรคต่างๆ และยังมีแร่ธาตุสำคัญหลายชนิดเพื่อช่วยบำรุงร่างกายได้อีกหลายประการด้วย

4.เห็ด

โพแทสเซียมในเห็ดเป็นตัวช่วยสำคัญในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสต่างๆ นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดในร่างกายสมดุล ส่งผลให้ไม่เกิดภาวะความดันโลหิตสูง และช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญในร่างกายได้เป็นอย่างดี

5.โยเกิร์ต

นอกจากในโยเกิร์ตจะมีโปรตีนชั้นดีที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย อีกทั้งยังเหมาะสำหรับรับประทานในช่วงควบคุมน้ำหนักและออกกำลังกายแล้ว โยเกิร์ตยังมีแลคโตบาซิลัสหรือแบคทีเรียชั้นดีที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกายไม่ให้เจ็บป่วยได้ง่ายอีกด้วย

6.อัลมอนด์

ถือเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยประโยชน์นานัปการ ทั้งโปรตีน ใยอาหาร วิตามินอี แมกนีเซียม หากรับประทานเป็นประจำก็จะช่วยสร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง เพราะในอัลมอนด์มีสารต้านอนุมูลอิสระที่คอยยับยั้งการเจริญโตของเชื้อโรคต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

อยากให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ลองหันมาปรับเปลี่ยนวิธีการกินใหม่ตั้งแต่วันนี้ ด้วยการเลือกกินอาหารที่ดีมีประโยชน์ที่สุด เพราะเมื่อภูมิคุ้มกันแข็งแรง ก็ย่อมต่อต้านการติดเชื้อต่างๆ ที่เข้าสู่ร่างกายได้มากยิ่งขึ้น โอกาสในการเจ็บป่วยก็ลดลงตามนั่นเอง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

More
อาหารเพื่อสุขภาพ

กระเจี๊ยบผัดเกลือ อาหารไทย เคล็ดลับเมนูผัด เมนูกระเจี๊ยบ

กระเจี๊ยบผัดเกลือ  วิธีทำกระเจี๊ยบผัดเกลือ อาหารไทย เคล็ดลับการทำอาหาร กระเจี๊ยบสด ผัดกับข้าวทอด ปรุงรสด้วย เกลือ กระเทียม พริกไทย กับข้าวจากกระเจี๊ยบ

กระเจี๊ยบผัดเกลือ สูตรอาหารแนะนำสำหรับวันนี้ คือ กระเจี๊ยบผัดเกลือ สูตรกระเจี๊ยบผัดเกลือ จัดว่า เป็น อาหารผัด เมนูสุขภาพ เนื่องจาก กระเจี๊ยบสด มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ส่วนผสมและขั้นตอนการทำ กระเจี๊ยบผัดเกลือ เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร เมนูผัด ผัดพริกเกลือกะรเจี๊ยบ อาหารผัด จากดอกกระเจี๊ยบสดๆ ส่วนผสมและการทำ เข้าใจง่าย สำหรับคนชอบกินผัดกะรเจี๊ยบ

ส่วนผสมสำหรับทำกระเจี๊ยบผัดเกลือ

กระเจี๊ยบเขียว หั่นเป็นชิ้นพอคำ 1 จาน
ข้าวสวย 1 ทัพพี
เกลือ 1 ช้อนโต้ะ
พริกไทยป่น 1 ช้อนโต้ะ
กระเทียมบด 1 ช้อนชา
น้ำมันสำหรับทอด

กระเจี๊ยบผัดเกลือ

วิธีทำกระเจี๊ยบผัดเกลือ

ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน นำข้าวสวยลงไปทอด ให้เหลืองกรอบ จากนั้นตักน้ำมันออกให้แห้ง
บี้ข้าวสวยทอด ให้แตก นำกระเจี๊ยบลงไปผัด
ปรุงรสด้วย เกลือ พริกไทย และกระเทียมบด ผัดต่อ จนกระเจี๊ยบสุก ก็สามารถนำมาพัก
เสริฟ เมนูกระเจี๊ยบผัดเกลือ ร้อนๆ ทานกับข้าวสวย เป็น สูตรอาหาร ที่อร่อยๆ สำหรับ เมนูกระเจี๊ยบ เมนูนี้ จัดว่า เป็น อาหารมังสาวิรัต แต่หากจะนำมาทำ อาหารเจ ก็ให้ตัดกระเทียมออก
เคล็ดลับการทำกระเจี๊ยบผัดเกลือ

กระเจี๊ยบ ให้กระเจี๊ยบสดใหม่ ทำความสะอาดให้เรียบร้อย โดยเลือกกระเจี๊ยบ ขนาด ความยาวประมาณ 5 นิ้ว และสังเกตุที่คั่วของผลกระเจี๊ยบ ว่า ไม่เหลี่ยมมากเกินไป เนื่องจากกระเจี๊ยบที่มีเหลี่ยมมาก เกินไป ผลกระเจี๊ยบจะแข็ง
สำหรับ ความอร่อย ของเมนู กระเจี๊ยบผัดเกลือ อยู่ที่ ข้าวสวยทอด เมื่อใส่ เกลือ ลงไป เกลือจะจับตัวกับข้าวสวยทอด ทำให้ เมนูกระเจี๊ยบผัดเกลือ มีความกรอบ และเค็ม เข้ากับกระเจี๊ยบผัดได้ เป็นอย่างดี
การทำให้กระเจี๊ยบเขียวไม่ดำหลังจากผัด นั้น ให้นำกระเจี๊ยบเขียว แช่ในน้ำเกลือ หรือ น้ำสารส้ม เพื่อกำจัดเมือกของกระเจี๊ยบเขียว และป้องกันเนื้อกระเจี๊ยบเขียวไม่ให้เป็นสีดำ
กระเจี๊ยบเขียว นั้น หลายท้องที่เรียก กระเจี๊ยบมอญ ชื่อวิทยาศาสตร์ของกระเจี๊ยบเขียว คือ Abelmoschus Esculentus Moench, Hibicus Esculentus L. เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดจในประเทศเขตร้อน กระเจี๊ยบเขียว เป็นพืช ที่นิยมรับประทานฝักกระเจี๊ยบ เนื่องด้วยสรรพคุณของกระเจี๊ยบ มีวิตมินซีสูง จึงทำให้ กระเจี๊ยบเขียว เป็น พืชที่ได้รับความนิยมรับประทานในประเทศญี่ปุ่น ประโยชน์ขอกระเจี๊ยบเขียว เช่น รักษาสมดุลของความดันโลหิต ช่วยบำรุงสมอง ช่วยบำรุงผิวพรรณ ช่วยขับปัสสาวะ

เคล็ดลับการกินกระเจี๊ยบ

กิน รับประทานฝักกระเจี๊ยบ 10 ฝัก ตอนเย็นหรือก่อนนอน สามารถ ลดอาการท้องผูก
รับประทานฝักกระเจี๊ยบ 3 ฝัก ก่อนอาหาร ทุกวัน สามารถ รักษา แผลในกระเพาะอาหาร
กิน รับประทานฝักกระเจี๊ยบ 10 ฝัก ทุกวัน สามารถ บำรุงตับ
รับประทานฝักกระเจี๊ยบ 5 ฝัก ก่อนอาหาร 3 มื้อ ติดต่อกันทุกวัน สามารถ กำจัด พยาธิตัวจี๊ด
รับประทานฝักกระเจี๊ยบ 30ฝัก ตอนเย็น หรือ ก่อนนอน สามารถ ดีท็อกซ์ลำไส้ ขับสารพิษ อุจจาระตกค้าง
เมนูกระเจี๊ยบผัดเกลือ วิธีทำกระเจี๊ยบผัดเกลือ เป็น สูตรอาหาร อาหารไทย เมนูสุขภาพ ที่เรามีความภูมิใจที่จะนำเสนอ …

More
อาหารเพื่อสุขภาพ

แพนเค้กฟักทองข้าวโอ๊ต สูตรขนมไร้แป้ง ของหวานคลีนแคลอรีต่ำ

แพนเค้กฟักทองข้าวโอ๊ต  และแล้วก็มาถึงสูตรขนมไร้แป้งที่เหมาะสำหรับหนุ่ม ๆ

แพนเค้กฟักทองข้าวโอ๊ต ทำมัดใจสาวนั่นคือ เมนูแพนเค้กฟักทองข้าวโอ๊ต สูตรจาก คุณ LittleFilmz สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม แพนเค้กมีเนื้อสัมผัสของข้าวโอ๊ตกับฟักทอง ราดน้ำผึ้งหน่อย รับรองทั้งสาวเล็กสาวใหญ่ติดใจ

ส่วนผสม แพนเค้กฟักทองข้าวโอ๊ต

• ข้าวโอ๊ตป่น
• ฟักทองบด
• ไข่ไก่
• ผงฟู
• กลิ่นวานิลลา
• นมถั่วเหลือง
• น้ำผึ้ง
• ผลไม้
• โยเกิร์ต
• อัลมอนด์สไลซ์

แพนเค้กฟักทองข้าวโอ๊ต

วิธีทำแพนเค้กฟักทองข้าวโอ๊ต

1. ผสมข้าวโอ๊ตป่นกับฟักทองบดให้เข้ากัน ตอกไข่ไก่ใส่ลงไป ตามด้วยผงฟู กลิ่นวานิลลา และนมถั่วเหลือง ผสมให้เข้ากัน
2. ตักส่วนผสมแป้งลงไปทอดเป็นแผ่น รอจนสุกทั้ง 2 ด้าน ตักใส่จาน
3. ราดน้ำผึ้ง ท็อปปิ้งด้วยโยเกิร์ตและอัลมอนด์สไลซ์ ตกแต่งด้วยผลไม้ พร้อมเสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

More
อาหารเพื่อสุขภาพ

เบียร์ มีประโยชน์อย่างไร และนี่คือประโยชน์ของเบียร์ ที่คุณควรดื่ม

เบียร์ ดีกับใจแล้วยังดีกับไตอีกด้วย งานวิจัยยกให้เบียร์เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีประโยชน์เหนือเครื่องดื่มใดๆ ในบรรดาแอลกอฮอล์ทั้งหมด

เบียร์ ช่วยย่อยอาหาร เบียร์ทั่วไป โดยเฉพาะเบียร์ดำมีไฟเบอร์ที่ละลายน้ำอยู่ประมาณ 1 กรัมต่อเบียร์ 300 มล. ต่างกับไวน์ที่ไม่มีไฟเบอร์เลย ไฟเบอร์มีบทบาทสำคัญในการทำงานของลำไส้ (หากขาดไฟเบอร์ อาจทำให้เกิดความผิดปกติในระบบย่อยอาหารและลำไส้ เช่น ท้องผูกหรือท้องร่วง)

ช่วยลดคอเลสเตอรอลไฟเบอร์ในเบียร์มีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่ส่งผลเสียต่อร่างกายได้

ช่วยเพิ่มระดับวิตามิน B เพราะเบียร์ประกอบด้วยวิตามิน B1, B2, B6 และ B12 นอกจากนี้งานวิจัยยังระบุว่าคนดื่มเบียร์มีปริมาณวิตามิน B6 ในร่างกายมากกว่าคนที่ไม่ดื่มเบียร์ประมาณ 30% ส่วนคนที่ดื่มไวน์มีปริมาณวิตามิน B6 ในร่างกายมากกว่าคนที่ไม่ดื่มเบียร์ประมาณ 15% เท่านั้น เรียกได้ว่าเบียร์แหล่งวิตามิน B12 ชั้นดีที่หาได้ยากในอาหารทั่วไป อีกทั้งวิตามิน B12 ยังมีส่วนช่วยลดโอกาสเกิดโรคโลหิตจางได้อีกด้วย

ช่วยเสริมสร้างกระดูก งานวิจัยชิ้นหนึ่งในปี 2009 ระบุว่าเบียร์ที่มีระดับธาตุซิลิคอนสูงช่วยเสริมสร้างความหนาแน่นของเซลล์กระดูกได้

ลดอาการโรคนอนไม่หลับ สารแลคโตฟลาวิน (Lactoflavin) และกรดนิโคตินิก (Nicotinic Acid) ที่อยู่ในเบียร์ช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น

เบียร์

เบียร์ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจคนดื่มเบียร์จะมีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจน้อยกว่าคนทั่วไปถึง 40-60% เลยทีเดียว

ช่วยป้องกันเส้นเลือดอุดตัน ส่วนผสมในเบียร์มีส่วนช่วยป้องกันการอุดตันของเส้นเลือด ช่วยให้เลือดลมเดินดีขึ้น

ช่วยเพิ่มความจำ งานวิจัยระบุว่าคนที่ดื่มเบียร์จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์และโรคป่วยทางจิตน้อยกว่าคนทั่วไปอีกด้วย

ช่วยลดความเครียด นักวิจัยของมหาวิทยาลัยมอนทรีออลพบว่า การดื่มเบียร์วันละสองแก้วมีส่วนช่วยลดอาการเครียดจากการทำงานหรือคลายความวิตกกังวลได้

เบียร์อุ่นๆ ถือเป็นยารักษาแบบหนึ่ง เพราะข้าวบาร์เลย์ที่นำมาหมักเป็นเบียร์ เมื่อได้รับความร้อนจะทำปฏิกริยากับร่างกาย ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ช่วยเพิ่มอัตราการหายใจ อีกทั้งยังช่วยลดอาการปวดข้อ เอ็น และยั่งช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย คราวหน้าให้ลองเอาเบียร์ไปอุ่นในน้ำร้อนซักหน่อยแล้วเติมน้ำผึ้งลงไปซัก 4 ช้อนชา ก็จะได้เบียร์ที่ดื่มเป็นยาแล้ว

ทำให้ผิวสวยขึ้น ข้อนี้น่าจะถูกใจสาวๆ เพราะเบียร์ประกอบด้วยวิตามินสำคัญมากมายที่ช่วยเสริมสร้างผิวให้แข็งแรง มีน้ำมีนวลและดูเปล่งปลั่งอีกด้วย

พอรู้แบบนี้แล้ว หลายๆ คนคงเริ่มอยากจะดื่มเบียร์ขึ้นมาทันที เบียร์สองแก้วช่วยเพิ่มความจำ, เบียร์อีกสองแก้วช่วยย่อยอาหาร, อีกแก้วช่วยเสริมสร้างกระดูก, อีกซักแก้วดื่มเป็นยา แต่ถ้าดื่มมากขนาดนี้ก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้เหมือนกัน เอาเป็นว่าอย่าดื่มให้มากจนเมาจนเกินไป แต่ดื่มให้สนุกสนาน รู้สึกสดชื่น คลายความกังวลจะดีกว่า

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.health-th.com

More