อาหารเพื่อสุขภาพ

กระเจี๊ยบผัดเกลือ อาหารไทย เคล็ดลับเมนูผัด เมนูกระเจี๊ยบ

กระเจี๊ยบผัดเกลือ  วิธีทำกระเจี๊ยบผัดเกลือ อาหารไทย เคล็ดลับการทำอาหาร กระเจี๊ยบสด ผัดกับข้าวทอด ปรุงรสด้วย เกลือ กระเทียม พริกไทย กับข้าวจากกระเจี๊ยบ

กระเจี๊ยบผัดเกลือ สูตรอาหารแนะนำสำหรับวันนี้ คือ กระเจี๊ยบผัดเกลือ สูตรกระเจี๊ยบผัดเกลือ จัดว่า เป็น อาหารผัด เมนูสุขภาพ เนื่องจาก กระเจี๊ยบสด มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ส่วนผสมและขั้นตอนการทำ กระเจี๊ยบผัดเกลือ เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร เมนูผัด ผัดพริกเกลือกะรเจี๊ยบ อาหารผัด จากดอกกระเจี๊ยบสดๆ ส่วนผสมและการทำ เข้าใจง่าย สำหรับคนชอบกินผัดกะรเจี๊ยบ

ส่วนผสมสำหรับทำกระเจี๊ยบผัดเกลือ

กระเจี๊ยบเขียว หั่นเป็นชิ้นพอคำ 1 จาน
ข้าวสวย 1 ทัพพี
เกลือ 1 ช้อนโต้ะ
พริกไทยป่น 1 ช้อนโต้ะ
กระเทียมบด 1 ช้อนชา
น้ำมันสำหรับทอด

กระเจี๊ยบผัดเกลือ

วิธีทำกระเจี๊ยบผัดเกลือ

ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน นำข้าวสวยลงไปทอด ให้เหลืองกรอบ จากนั้นตักน้ำมันออกให้แห้ง
บี้ข้าวสวยทอด ให้แตก นำกระเจี๊ยบลงไปผัด
ปรุงรสด้วย เกลือ พริกไทย และกระเทียมบด ผัดต่อ จนกระเจี๊ยบสุก ก็สามารถนำมาพัก
เสริฟ เมนูกระเจี๊ยบผัดเกลือ ร้อนๆ ทานกับข้าวสวย เป็น สูตรอาหาร ที่อร่อยๆ สำหรับ เมนูกระเจี๊ยบ เมนูนี้ จัดว่า เป็น อาหารมังสาวิรัต แต่หากจะนำมาทำ อาหารเจ ก็ให้ตัดกระเทียมออก
เคล็ดลับการทำกระเจี๊ยบผัดเกลือ

กระเจี๊ยบ ให้กระเจี๊ยบสดใหม่ ทำความสะอาดให้เรียบร้อย โดยเลือกกระเจี๊ยบ ขนาด ความยาวประมาณ 5 นิ้ว และสังเกตุที่คั่วของผลกระเจี๊ยบ ว่า ไม่เหลี่ยมมากเกินไป เนื่องจากกระเจี๊ยบที่มีเหลี่ยมมาก เกินไป ผลกระเจี๊ยบจะแข็ง
สำหรับ ความอร่อย ของเมนู กระเจี๊ยบผัดเกลือ อยู่ที่ ข้าวสวยทอด เมื่อใส่ เกลือ ลงไป เกลือจะจับตัวกับข้าวสวยทอด ทำให้ เมนูกระเจี๊ยบผัดเกลือ มีความกรอบ และเค็ม เข้ากับกระเจี๊ยบผัดได้ เป็นอย่างดี
การทำให้กระเจี๊ยบเขียวไม่ดำหลังจากผัด นั้น ให้นำกระเจี๊ยบเขียว แช่ในน้ำเกลือ หรือ น้ำสารส้ม เพื่อกำจัดเมือกของกระเจี๊ยบเขียว และป้องกันเนื้อกระเจี๊ยบเขียวไม่ให้เป็นสีดำ
กระเจี๊ยบเขียว นั้น หลายท้องที่เรียก กระเจี๊ยบมอญ ชื่อวิทยาศาสตร์ของกระเจี๊ยบเขียว คือ Abelmoschus Esculentus Moench, Hibicus Esculentus L. เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดจในประเทศเขตร้อน กระเจี๊ยบเขียว เป็นพืช ที่นิยมรับประทานฝักกระเจี๊ยบ เนื่องด้วยสรรพคุณของกระเจี๊ยบ มีวิตมินซีสูง จึงทำให้ กระเจี๊ยบเขียว เป็น พืชที่ได้รับความนิยมรับประทานในประเทศญี่ปุ่น ประโยชน์ขอกระเจี๊ยบเขียว เช่น รักษาสมดุลของความดันโลหิต ช่วยบำรุงสมอง ช่วยบำรุงผิวพรรณ ช่วยขับปัสสาวะ

เคล็ดลับการกินกระเจี๊ยบ

กิน รับประทานฝักกระเจี๊ยบ 10 ฝัก ตอนเย็นหรือก่อนนอน สามารถ ลดอาการท้องผูก
รับประทานฝักกระเจี๊ยบ 3 ฝัก ก่อนอาหาร ทุกวัน สามารถ รักษา แผลในกระเพาะอาหาร
กิน รับประทานฝักกระเจี๊ยบ 10 ฝัก ทุกวัน สามารถ บำรุงตับ
รับประทานฝักกระเจี๊ยบ 5 ฝัก ก่อนอาหาร 3 มื้อ ติดต่อกันทุกวัน สามารถ กำจัด พยาธิตัวจี๊ด
รับประทานฝักกระเจี๊ยบ 30ฝัก ตอนเย็น หรือ ก่อนนอน สามารถ ดีท็อกซ์ลำไส้ ขับสารพิษ อุจจาระตกค้าง
เมนูกระเจี๊ยบผัดเกลือ วิธีทำกระเจี๊ยบผัดเกลือ เป็น สูตรอาหาร อาหารไทย เมนูสุขภาพ ที่เรามีความภูมิใจที่จะนำเสนอ …

More
อาหารเพื่อสุขภาพ

แพนเค้กฟักทองข้าวโอ๊ต สูตรขนมไร้แป้ง ของหวานคลีนแคลอรีต่ำ

แพนเค้กฟักทองข้าวโอ๊ต  และแล้วก็มาถึงสูตรขนมไร้แป้งที่เหมาะสำหรับหนุ่ม ๆ

แพนเค้กฟักทองข้าวโอ๊ต ทำมัดใจสาวนั่นคือ เมนูแพนเค้กฟักทองข้าวโอ๊ต สูตรจาก คุณ LittleFilmz สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม แพนเค้กมีเนื้อสัมผัสของข้าวโอ๊ตกับฟักทอง ราดน้ำผึ้งหน่อย รับรองทั้งสาวเล็กสาวใหญ่ติดใจ

ส่วนผสม แพนเค้กฟักทองข้าวโอ๊ต

• ข้าวโอ๊ตป่น
• ฟักทองบด
• ไข่ไก่
• ผงฟู
• กลิ่นวานิลลา
• นมถั่วเหลือง
• น้ำผึ้ง
• ผลไม้
• โยเกิร์ต
• อัลมอนด์สไลซ์

แพนเค้กฟักทองข้าวโอ๊ต

วิธีทำแพนเค้กฟักทองข้าวโอ๊ต

1. ผสมข้าวโอ๊ตป่นกับฟักทองบดให้เข้ากัน ตอกไข่ไก่ใส่ลงไป ตามด้วยผงฟู กลิ่นวานิลลา และนมถั่วเหลือง ผสมให้เข้ากัน
2. ตักส่วนผสมแป้งลงไปทอดเป็นแผ่น รอจนสุกทั้ง 2 ด้าน ตักใส่จาน
3. ราดน้ำผึ้ง ท็อปปิ้งด้วยโยเกิร์ตและอัลมอนด์สไลซ์ ตกแต่งด้วยผลไม้ พร้อมเสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

More
อาหารเพื่อสุขภาพ

เบียร์ มีประโยชน์อย่างไร และนี่คือประโยชน์ของเบียร์ ที่คุณควรดื่ม

เบียร์ ดีกับใจแล้วยังดีกับไตอีกด้วย งานวิจัยยกให้เบียร์เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีประโยชน์เหนือเครื่องดื่มใดๆ ในบรรดาแอลกอฮอล์ทั้งหมด

เบียร์ ช่วยย่อยอาหาร เบียร์ทั่วไป โดยเฉพาะเบียร์ดำมีไฟเบอร์ที่ละลายน้ำอยู่ประมาณ 1 กรัมต่อเบียร์ 300 มล. ต่างกับไวน์ที่ไม่มีไฟเบอร์เลย ไฟเบอร์มีบทบาทสำคัญในการทำงานของลำไส้ (หากขาดไฟเบอร์ อาจทำให้เกิดความผิดปกติในระบบย่อยอาหารและลำไส้ เช่น ท้องผูกหรือท้องร่วง)

ช่วยลดคอเลสเตอรอลไฟเบอร์ในเบียร์มีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่ส่งผลเสียต่อร่างกายได้

ช่วยเพิ่มระดับวิตามิน B เพราะเบียร์ประกอบด้วยวิตามิน B1, B2, B6 และ B12 นอกจากนี้งานวิจัยยังระบุว่าคนดื่มเบียร์มีปริมาณวิตามิน B6 ในร่างกายมากกว่าคนที่ไม่ดื่มเบียร์ประมาณ 30% ส่วนคนที่ดื่มไวน์มีปริมาณวิตามิน B6 ในร่างกายมากกว่าคนที่ไม่ดื่มเบียร์ประมาณ 15% เท่านั้น เรียกได้ว่าเบียร์แหล่งวิตามิน B12 ชั้นดีที่หาได้ยากในอาหารทั่วไป อีกทั้งวิตามิน B12 ยังมีส่วนช่วยลดโอกาสเกิดโรคโลหิตจางได้อีกด้วย

ช่วยเสริมสร้างกระดูก งานวิจัยชิ้นหนึ่งในปี 2009 ระบุว่าเบียร์ที่มีระดับธาตุซิลิคอนสูงช่วยเสริมสร้างความหนาแน่นของเซลล์กระดูกได้

ลดอาการโรคนอนไม่หลับ สารแลคโตฟลาวิน (Lactoflavin) และกรดนิโคตินิก (Nicotinic Acid) ที่อยู่ในเบียร์ช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น

เบียร์

เบียร์ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจคนดื่มเบียร์จะมีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจน้อยกว่าคนทั่วไปถึง 40-60% เลยทีเดียว

ช่วยป้องกันเส้นเลือดอุดตัน ส่วนผสมในเบียร์มีส่วนช่วยป้องกันการอุดตันของเส้นเลือด ช่วยให้เลือดลมเดินดีขึ้น

ช่วยเพิ่มความจำ งานวิจัยระบุว่าคนที่ดื่มเบียร์จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์และโรคป่วยทางจิตน้อยกว่าคนทั่วไปอีกด้วย

ช่วยลดความเครียด นักวิจัยของมหาวิทยาลัยมอนทรีออลพบว่า การดื่มเบียร์วันละสองแก้วมีส่วนช่วยลดอาการเครียดจากการทำงานหรือคลายความวิตกกังวลได้

เบียร์อุ่นๆ ถือเป็นยารักษาแบบหนึ่ง เพราะข้าวบาร์เลย์ที่นำมาหมักเป็นเบียร์ เมื่อได้รับความร้อนจะทำปฏิกริยากับร่างกาย ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ช่วยเพิ่มอัตราการหายใจ อีกทั้งยังช่วยลดอาการปวดข้อ เอ็น และยั่งช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย คราวหน้าให้ลองเอาเบียร์ไปอุ่นในน้ำร้อนซักหน่อยแล้วเติมน้ำผึ้งลงไปซัก 4 ช้อนชา ก็จะได้เบียร์ที่ดื่มเป็นยาแล้ว

ทำให้ผิวสวยขึ้น ข้อนี้น่าจะถูกใจสาวๆ เพราะเบียร์ประกอบด้วยวิตามินสำคัญมากมายที่ช่วยเสริมสร้างผิวให้แข็งแรง มีน้ำมีนวลและดูเปล่งปลั่งอีกด้วย

พอรู้แบบนี้แล้ว หลายๆ คนคงเริ่มอยากจะดื่มเบียร์ขึ้นมาทันที เบียร์สองแก้วช่วยเพิ่มความจำ, เบียร์อีกสองแก้วช่วยย่อยอาหาร, อีกแก้วช่วยเสริมสร้างกระดูก, อีกซักแก้วดื่มเป็นยา แต่ถ้าดื่มมากขนาดนี้ก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้เหมือนกัน เอาเป็นว่าอย่าดื่มให้มากจนเมาจนเกินไป แต่ดื่มให้สนุกสนาน รู้สึกสดชื่น คลายความกังวลจะดีกว่า

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.health-th.com

More