ขนมหวาน

สูตรฟักทองเชื่อม สูตรขนมไทยสีเหลือง เติมความมงคลหวานอร่อยแบบไทย

สูตรฟักทองเชื่อม สูตรขนมไทยสีเหลือง

สูตรฟักทองเชื่อม ถ้า ทำขนมไทยสีเหลืองทอง อย่างทองหยอดหรือทองหยิบแล้วน้ำเชื่อมเหลือ จับมาทำเมนูฟักทองเชื่อมกันต่อเลยจ้า จับฟักทองใส่ลงไปในหม้อน้ำเชื่อมรอจนฟักทองสุก

ส่วนผสม ฟักทองเชื่อม
ฟักทอง 1/2 ลูก (เลือกที่เนื้อแน่นจะทำให้ฟักทองเชื่อมมีเนื้อเหนียว)
น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง
น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง
ใบเตย 5 ใบ
วิธีทำฟักทองเชื่อม
1. หั่นฟักทองออกเป็นชิ้นหนา ๆ ใช้มีดคว้านไส้ออกให้สวยงาม (ถ้ามีน้ำปูนใสให้นำฟักทองไปแช่ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นนำมาล้างน้ำให้สะอาดแล้วสะเด็ดน้ำเตรียมไว้)
2. ใส่น้ำตาลทรายลงในหม้อเชื่อม ตามด้วยน้ำเปล่า และใบเตย นำขึ้นตั้งไฟอ่อนคนให้น้ำตาลทรายละลายหมด
3. ใส่ฟักทองลงไปในหม้อแล้วเร่งเป็นไฟแรงสุด จากนั้นรอจนเดือดแล้วลดเป็นไฟอ่อน (ใช้ความร้อนแค่พอเดือดปุด ๆ) เชื่อมฟักทองไปเรื่อย ๆ (ไม่ต้องคนเพราะจะทำให้น้ำตาลเกาะกันเป็นก้อน) ประมาณ 1 ชั่วโมง และหมั่นตักน้ำเชื่อมในหม้อราดลงบนชิ้นฟักทองที่ไม่โดนน้ำเชื่อมด้วย เชื่อมจนฟักทองสุกและใส ปิดไฟ พักไว้จนเย็น ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

บาคาร่า

More
ขนมหวาน

สูตรน้ำลิ้นจี่ปั่น เมนูผลไม้ไทย ​ หลากเมนูอร่อยมีประโยชน์ ช่วยอุดหนุนเกษตรกรไทย

สูตรน้ำลิ้นจี่ปั่น เมนูผลไม้ไทย

สูตรน้ำลิ้นจี่ปั่น ใครชอบเครื่องดื่มรสหวานอมเปรี้ยวจากผลไม้ไทย ขอนำเสนอน้ำลิ้นจี่ปั่น สูตรจาก เฟซบุ๊ก iCook สูตรนี้ใช้ลิ้นจี่กระป๋อง เติมน้ำหวานกลิ่นลิ้นจี่ และน้ำเชื่อม

ส่วนผสม น้ำลิ้นจี่ปั่น

• น้ำหวานกลิ่นลิ้นจี่ 50 มิลลิลิตร
• น้ำเชื่อม 30 มิลลิลิตร
• น้ำแข็งบด 1 แก้ว
• เนื้อลิ้นจี่ในน้ำเชื่อม 3 ลูก
• น้ำมะนาวเล็กน้อย

วิธีทำน้ำลิ้นจี่ปั่น

ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในเครื่องปั่น ปั่นผสมจนเนื้อเนียน เทใส่แก้ว แต่งให้สวยงาม พร้อมดื่ม   บาคาร่า

More
ขนมหวาน

สูตรสังขยาใบเตย เมนูเด็ดสร้างรายได้

สูตรสังขยาใบเตย เมนูเด็ดสร้างรายได้

สูตรสังขยาใบเตย ใครกำลังมองหาอาชีพเสริม หรืออาชีพประจำสร้างรายได้อยู่ ลองหาที่เหมาะๆ เปิดร้านขนมปังสังขยา เป็นเมนูที่กินได้ทั้งเช้า กลางวัน และเย็นเลยทีเดียว ยิ่งคนเลิกงานจะชอบมาก ลองทำสังขยาใบเตย เป็นอย่างแรก หากฝึกฝนจนเชียวชาญแล้วอาจจะดัดแปลงเป็นสังขยาอื่นๆ ได้ อย่างเช่น สังขยาอัญชัน สังขยาเผือก สังขยาชาไทย หรือแล้วแต่จะครีเอทเลยจ้า

ส่วนผสม

ไข่ไก่ 2 ฟอง
หัวกะทิ 1 ถ้วย
นมข้นจืด 2 ถ้วย
น้ำใบเตย 1/2 ถ้วย
นมข้นหวาน 1/2 ถ้วย
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1/4 ช้อนชา
แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
ขนมปังกะโหลก ตามชอบค่ะ
วิธีทำ สังขยาใบเตย

1. ผสมไข่ไก่ ตีไข่ให้แตก จากนั้นใส่หัวกะทิ นมข้นจืด และน้ำใบเตยตามลงไป
2. ผสมนมข้นหวาน น้ำตาลทราย เกลือ และแป้งข้าวโพด
3. คนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน จากนั้นก็นำส่วนผสมไปกรองผ่ากระชอนตาถี่ จากนั้นให้นำไปกวนบนน้ำเดือด คนจนสังขยาเหนียวข้น เสร็จแล้วตักใส่ถ้วย
4. นำขนมปังกะโหลกมาผ่าเป็นชิ้นพอดีคำ นำขึ้นนึง 20 วินาที เสร็จแล้วเสิร์ฟพร้อมกับสังขยาใบเตย เติมนมข้นจืดให้มีความมันมากยิ่งขึ้น  บาคาร่า

More
ขนมหวาน

สูตรขนมโมจิ สูตรนครสวรรค์ไส้ถั่วกวนแป้งนุ่มลูกกลมน่ารัก

สูตรขนมโมจิ สูตรนครสวรรค์ไส้ถั่วกวนแป้งนุ่มลูกกลมน่ารัก

สูตรขนมโมจิ แจกฟรี ! วิธีทำขนมโมจิ สูตรขนมต้นตำรับนครสวรรค์ แป้งนุ่มหอมหวานมาพร้อมไส้ถั่วกวน ลูกกลมพอดีคำกินอร่อยกินเพลิน

โมจิญี่ปุ่น เช่น โมจิชาเขียวหรือโมจิหยอดน้ำก็ทำกินบ่อยจนเอียนแล้ว ลองเปลี่ยนมาทำขนมโมจินครสวรรค์ หรือโมจิแม่กุหลาบกันบ้างดีไหม กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำขนมโมจิ สูตรจาก ครัวป้ามารายห์ แป้งโมจิเติมสีสันตามชอบ มาพร้อมวิธีทำไส้ถั่วกวน ใครจะดัดแปลงเป็นโมจิไส้งาดำ โมจิไส้มะพร้าว หรือโมจิไส้ทุเรียนไข่เค็มก็ตามสะดวกเลยค่ะ

ส่วนผสม แป้งโมจิ (ประมาณ 40-45 ลูก)
นมข้นหวาน 165 กรัม
เนยสด 25 กรัม
เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
น้ำเปล่า 25-30 กรัม
แป้งสาลีชนิดเบา (แป้งบัวแดง) 200 กรัม
ผงฟู 1/2 ช้อนชา

ส่วนผสม ไส้ถั่วกวน (ไส้โมจิ) ประมาณ 400-450 กรัม
ถั่วเขียวเราะเปลือก 250 กรัม (นึ่งแล้วบดให้ละเอียด ก่อนนึ่งนำไปล้างให้สะอาดจนน้ำใส แล้วแช่ไว้อย่างน้อย 5 ชั่วโมง ก่อนนำมานึ่งค่ะ)
น้ำตาลทราย 225 กรัม
เกลือ 1/4 ช้อนชา
กะทิหรือเนยสด 150 กรัม (ถ้าใช้เนยรสเค็ม ไม่ต้องใส่เกลือป่นก็ได้ค่ะ)
มะพร้าวขูดขาว 40 กรัม
แบะแซ 1 ช้อนโต๊ะ
กลิ่นนมเนย 1 ช้อนชา (จะใส่หรือไม่ก็ได้ค่ะ ป้าไม่ได้ใส่)

วิธีทำขนมโมจิ

► ทำไส้ถั่วกวนโดยนำถั่วเขียวเราะเปลือกล้างน้ำให้สะอาดแล้วแช่ไว้ประมาณ 5 ชั่วโมงก่อนนำมานึ่ง จากนั้นนึ่งถั่วแล้วนำมาบดให้ละเอียด ใส่ถั่วลงไปในกระทะ ตามด้วยน้ำตาลทราย เกลือป่น กะทิ และมะพร้าวขูดขาว
​​​​► กวนด้วยไฟอ่อนจนเริ่มงวด จากนั้นใส่แบะแซลงไป กวนต่อจนงวดและถั่วล่อนจากกระทะ จากนั้นพักให้เย็นลง
► ทำแป้งโมจิโดยใส่นมข้นหวานกับเนยสดลงไปในชามผสม จากนั้นผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำแล้วคนให้ละลายเข้ากัน และใส่ลงไปในชามผสม คนจนทุกอย่างเข้ากัน
► ผสมแป้งกับผงฟูแล้วคนจนเข้ากัน ร่อนลงไปในชามผสมแล้วตะล่อมจนเข้ากัน แบ่งใส่สัก 2-3 รอบ ใช้ไม้พายคนจนเข้ากัน จากนั้นพักแป้งไว้ 1-2 ชั่วโมง
► แบ่งครึ่งหนึ่งใส่สีผสมอาหารที่ชอบ หรือจะไม่ใส่สีก็ได้นะคะ จากนั้นแบ่งแป้งเป็นก้อนเล็กขนาดประมาณ 10 กรัม และคลึงเป็นลูกกลม ๆ
► แบ่งไส้ให้ได้ลูกละ 10 กรัม แล้วคลึงเป็นลูกกลม ๆ
► แผ่แป้งให้เป็นแผ่นแล้วนำไส้ห่อลงไปปั้นให้แน่นค่ะ คลึงเป็นลูกกลม ๆ ให้ผิวเนียนเรียบค่ะ เวลาอบโมจิจะได้ไม่แตกนะคะ
​​​​► เอาสำลีไม้จุ่มสี จิ้มที่ลูกโมจิ
► นำไปอบที่อุณหภูมิ 170-180 องศาเซลเซียส ใช้ไฟบน-ล่าง เป็นเวลา 15-20 นาที พออบเสร็จพักไว้บนตะแกรงให้เย็น แล้วเก็บไว้ 1 คืนก่อนนำมารับประทานค่ะ แป้งจะนุ่มขึ้น
► เสร็จแล้วค่ะโมจิแสนอร่อย ลองทำดูนะคะ

บาคาร่า

More
ขนมหวาน

สูตรเค้กกล้วยหอม สูตรขนมสุดฮิต นาทีนี้มาแรงแซงทางโค้ง ไม่ลองทำถือว่าเชย

สูตรเค้กกล้วยหอม สูตรขนมสุดฮิต

สูตรเค้กกล้วยหอม แค่เอ่ยถึงชื่อเค้กกล้วยหอมต่อมน้ำลายก็เริ่มทำงานแล้ว เคยไหมที่ซื้อมากินเจอเนื้อหยาบกินแล้วติดคอ ลองมาทำเองง่าย ๆ ดีกว่ากับเค้กกล้วยหอมสูตรเด็ด ชุ่มฉ่ำเนย แถมยังได้รสชาติกล้วยหอมเน้น ๆ เต็มคำ ทำง่าย ๆ ยิ่งถ้าเอาไปแช่เย็นยิ่งอร่อยเหาะเชียวล่ะ สูตรจาก คุณ MaShi BBJ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม แค่นึกถึงก็อยากกินแล้ว

ส่วนผสม / สิ่งที่ต้องเตรียม

เนยเค็ม 250 กรัม (หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ จะได้นิ่มเร็ว ๆ)
น้ำตาลทรายละเอียด 1 1/2 ถ้วย (ถ้ากล้วยงอมมากเราจะลดเหลือแค่ 1 ถ้วยค่ะ)
ไข่ไก่ 4 ฟอง
กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
นมสด 4 ช้อนโต๊ะ
กล้วยหอมสุกบด 1 1/2 ถ้วย (บางครั้งก็ใส่เกินนะ ชอบเนื้อ ๆ เน้น ๆ 55 เราชอบบดกับส้อมค่ะ ไม่ต้องละเอียดมากเวลากินแล้วมีเนื้อสัมผัสดีค่ะ)
แป้งอเนกประสงค์ 2 ถ้วย
ผงฟู 1 ช้อนชา
เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา

ขั้นตอนการเตรียม

1. วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส เตรียมไว้ (ถ้าตามสูตรจะใช้ 160 องศาเซลเซียส ไฟล่างค่ะ แต่เราทำเป็นถ้วยมัฟฟินก็เลยใช้ 175 องศาเซลเซียส ไฟบน-ล่างค่ะ)

2. เตรียมพิมพ์ให้เรียบร้อย

3. ใช้ส้อมบดกล้วยแล้วเติมนมสด และกลิ่นวานิลลาลงไป คนผสมให้เข้ากัน

4. ผสมแป้งกับผงฟูและเบกกิ้งโซดาเข้าด้วยกัน เตรียมไว้

วิธีทำ

ตีเนยด้วยตะกร้อมือให้ขึ้นฟูจนเป็นสีขาวนวล

ทยอยใส่น้ำตาลทรายป่นละเอียดลงไป แล้วตีผสมให้เข้ากันค่ะ แบ่งใส่สัก 2-3 ครั้ง

ใส่ไข่ไก่ลงไปตีทีละฟอง พอหมดลิ่มไข่ก็ใส่ใบต่อไปได้เลยจนครบ 4 ฟอง

ใส่ส่วนผสมกล้วยบดลงไปตีผสมให้เข้ากัน

ใส่ส่วนผสมแป้ง ผงฟู และเบกกิ้งโซดาลงไป ค่อย ๆ ตะล่อมเบาจนเป็นเนื้อเดียวกัน

ตักใส่พิมพ์มัฟฟินที่เตรียมไว้

นำเข้าเตาอบ 15-20 นาที (แล้วแต่ขนาดของพิมพ์แล้วก็เตาอบแต่ละบ้าน เช็กว่าสุกหรือยังก็ใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มลงไป ไม่มีเศษแป้งติดมาก็ถือว่าเรียบร้อย เสร็จเราฟาดเรียบค่ะ แต่ตอนอบเนี่ย กลิ่นเค้าจะหอมไปทั่วห้องเลย ยืนรอลุ้นกันไป สูตรนี้เราใช้พิมพ์มัฟฟินนี้ได้ 34 ชิ้นค่ะ กล้วยหอม หอมจริง ๆ หอมสุด ๆ ๆ ๆ ๆ มาแล้ววววว)

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

More
ขนมหวาน

ไข่มุกลาวา อร่อยหนึบหนับกินเพลินเกาะกระแสร้านดัง เกาะกระแสเมนูชานมไข่มุก

ไข่มุกลาวา รสชาติหนึบหนับ

ไข่มุกลาวา กินเพลินเหมือนกินที่ร้านเลยค่ะ สูตรก็มีส่วนประกอบไม่กี่อย่าง ทำได้ง่าย ๆ ลองมาดูกันเลยค่ะ

ส่วนผสม
น้ำเปล่า 1/3 ถ้วย
น้ำตาลทรายแดง 1/4 ถ้วย
แป้งมันสำปะหลัง 1 ถ้วย

วิธีทำไข่มุกลาวา

► ตั้งหม้อ ใส่น้ำเปล่าและน้ำตาลทรายแดง ตั้งไฟ เปิดไฟแรง พอน้ำเดือดแล้วรอให้เดือดเต็มที่ 1-2 นาที แล้วให้ใส่แป้งมันสำปะหลังลงไปกวนทันที เพราะไม่เช่นนั้นแป้งจะสุกไม่เท่ากัน กวนจนแป้งเหนียวเข้ากันดีแล้ว
► นำตัวแป้งไปนวดที่โต๊ะสะอาด นวดไปจนแป้งเนื้อเนียน เวลานวดอาจจะใช้แป้งมันสัมปะหลังในการโรยเพื่อให้แป้งไม่ติดโต๊ะนวด
​​​​► แบ่งตัวแป้งออกเป็นก้อน ๆ เพื่อง่ายต่อการนำมาปั้นเป็นก้อนกลม ๆ เวลาปั้นอาจจะใช้เวลานาน ให้หาพลาสติกหรือผ้ามาคลุมตัวแป้งเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวของตัวแป้งแห้ง แต่ถ้าผิวของตัวแป้งแห้งก็สามารถนวดให้เนื้อเนียนใหม่ได้
​​​​► ปั้นตัวแป้งให้เป็นเม็ดกลม ๆ ตามขนาดที่เราต้องการ ใช้แป้งมันสัมปะหลังโรยบ้างเป็นบางครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวแป้งที่เราปั้นติดกัน
► ตั้งหม้อใส่น้ำที่สะอาด รอจนน้ำเดือดแล้วใส่ตัวแป้งไข่มุกที่ปั้นเสร็จแล้วลงไป รอประมาณสัก 2-3 นาที แล้วค่อยคนเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวไข่มุกติดก้นหม้อน้ำร้อน พอน้ำเดือดและไข่มุกไม่ติดก้นหม้อน้ำ หรือติดกันเป็นก้อนแล้ว ให้เบาไฟลง ไฟเบาแต่น้ำยังคงเดือดอยู่เล็กน้อยแต่ไม่มาก ต้มไข่มุกอีก 30 นาที แต่ทุก 10 นาที ให้หมั่นมากวนไข่มุก ป้องกันการติดก้นหม้อ
► พอครบ 30 นาทีแล้ว ให้ปิดไฟ แล้วนำฝาหม้อมาปิดไว้ รออีก 15 นาที
​​​​► พอครบ 15 นาทีแล้ว ให้นำตัวไข่มุกไปล้างน้ำเปล่า เพื่อกำจัดตัวเมือกที่ติดไข่มุก
► นำไข่มุกมาใส่ในชามอ่างแล้วปรุงรสเพิ่มด้วยน้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนชา และน้ำผึ้ง นำมาจัดเสิร์ฟได้

เตรียมล้างไม้ล้างมือเพื่อเตรียมปั้นเม็ดไข่มุกกันเถอะ ส่วนผสมน้อยแต่ได้ปริมาณไข่มุกเยอะมาก ทำกินเองก็จะฟินเป็นพิเศษ จะใส่ชานม ชาเขียว โกโก้ หรือนมสดก็แล้วแต่ชอบเลยค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

More
ขนมหวาน

ขนมถ้วย สูตรขนมไทย ขนมไทย เมนูกะทิ ขนมหวานแบบง่ายๆ

ขนมถ้วย วิธีทำขนมถ้วย ขนมถ้วยขนมไทย วิธีทำ ขนมหวานไทย ขนมถ้วยกะทิทำขนมอะไรดี

ขนมถ้วย อยากกินขนมไทย อยากกินขนมถ้วย วิธีทำขนมไทย เมนูขนมไทย

สูตรขนมถ้วย เป็น ขนมหวาน ขนมไทยโบราณ เมนูกะทิ เคล็ดลับความอร่อย ของขนมถ้วย อยู่ที่ กะทิที่นุ่ม มัน ไม่แข็ง และ แป้งใบเตย ชั้นล่าง มีความพอดีของรสชาติ ไม่เหลว หรือ แข็งเกินไป ขนมถ้วย สูตรขนมไทยยอดนิยม ขนมจากกะทิ ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรัก i99bet การทำขนมไทย

ส่วนผสมสำหรับทำขนมถ้วย

-น้ำลอยดอกมะลิ 2 ถ้วย
-แป้งข้าวเจ้า 3 ถ้วย
-แป้งมัน 1 ถ้วย
-น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วย
-หัวกะทิ 1 ถ้วย
-หางกะทิ 1 ถ้วย
-น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
-เกลือ 1 ช้อนโต้ะ

ขนมถ้วย
วิธีทำขนมถ้วย

-เตรียม ฐานขนมถ้วย โดย เอา น้ำลอยดอกมะลิ ผสม แป้งข้าวเจ้า แป้งมัน น้ำตาลปี๊บ ผสมให้ส่วนผสมทั้งหมดละลาเข้ากัน จากนั้นกรองเอาแต่น้ำอย่างให้มีกาก
-เตรียม กะทิ สำหรับด้านบน โดย เอา หัวกะทิ ผสมกับ หางกะทิ เกลือ น้ำตาล และ แป้งข้าวเจ้า 4 ช้อนโต้ะ ผสมให้ส่วนผสมเข้ากันและกรองเอากากออก
-เตรียมนึ่ง โดย นำถ้วยไปนึ่งก่อนให้ถ้วยร้อน จากนั้นนำ ฐานขนมถ้วย เทลงถ้วยประมาณครึ่งหนึ่ง นึ่งประมาณ 5 นาที จากนั้นนำถ้วยออกมาพักให้เย็น
-เท กะทิ บนฐาน ขนมถ้วย และนำไปนึ่งต่อ 5 นาที ก็จะสุก พร้อมรับประทาน ขนมถ้วย
เคล็ดลับการทำขนมถ้วย

-แป้ง สำหรับ เป็น ฐานของขนมถ้วย ต้องมีอัตรส่วนที่พอดี ซึ่ง แป้งสำหรับขนมถ้วย จะประกอบด้วย แป้งข้าวเจ้า แป้งมัน และน้ำตาลปี๊บ แป้งข้าวเจ้า มีคุณสมบัติ แข็ง สีขุ่น เมื่อผสมกับแป้งมัน จะทำให้แป้งข้าวเจ้า -สามารถจับตัวเป็นชิ้นได้ และลดความกระด้างของแป้งข้าวเจ้า เพิ่มรสชาติด้วย น้ำตาล และ ให้ความหอมจากน้ำลอยดอกมะลิ ทำให้ฐานขนมถ้วยมีความอร่อย
-การทำน้ำลอยดอกมะลิ ให้เด็ดดอกมะลิ ตอนกลางคืนเท่านั้น เนื่องจาก ดอกมะลิจะให้ความหอมตอนกลางคืน ดังนี้ หากจะทำน้ำลอยดอกมะลิ ให้หอม ต้องเด็ดดอกมะลิตอนกลางคืน
-กะทิ สำหรับทำขนม ให้ใช้ น้ำกะทิคั้นสดๆ มะพร้าวเมืองเพชร เป็น มะพร้าวที่เหมาะสำหรับทำขนม น้ำกะทิที่หอมมัน เคล็ดลับสำคัญ คือ ต้องกรองน้ำกะทิ ไม่ให้มีเศษเจือปน
-น้ำกะทิ สำหรับ โรยหน้า ขั้นบนของขนมถ้วย ต้องผสมแป้งมัน จะทำให้ น้ำกะทิ มีความมัน และเหลวๆ ไม่จับตัวเป็น ก้องแข็ง ขนมถ้วยกะทิต้องไม่แข็ง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com…

More
ขนมหวาน

ขนมโค ตำรับปักษ์ใต้ แป้งนุ่มไส้หวานหอมอร่อยน่าลองทำ

ขนมโค ตำรับปักษ์ใต้  รับขนมโคไปลองชิมสักลูกไหมคะ ? ขนมไทยพื้นบ้านปักษ์ใต้ แป้งนุ่มสอดไส้น้ำตาลแว่น คลุกมะพร้าวขูด อร่อยเพลิน

ขนมโค ตำรับปักษ์ใต้ ติดใจขนมโค อีกหนึ่งขนมไทยหากินยาก ถ้าทำเองบอกเลยง่ายสุด ๆ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำขนมโค สูตรจาก คุณแมวเหมียวโมจิ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม หน้าตาคล้ายขนมต้ม ต่างกันที่ขนมต้มใส่ไส้กระฉีก ส่วนขนมโคใส่ไส้น้ำตาลแว่นหรือน้ำตาลโตนด แป้งใส่สีหรือไม่ใส่สีก็ได้ ปั้นก้อนกลมพอดีคำ คลุกมะพร้าวขูด กินอร่อยจนหยุดไม่ได้

เคยกินไหม ชวนมาทำขนมโคแบบคนใต้กันค่ะ โดย คุณแมวเหมียวโมจิ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

สวัสดีค่ะ เราเป็นคนใต้แต่เมื่อย้ายเข้ามาอยู่แถบภาคกลางไม่ค่อยมีโอกาสกลับบ้าน แต่ความอยากไม่ปรานีใครค่ะ ขนมโคแบบที่อยากกินนี้ก็ไม่ได้มีขาย (เท่าที่เห็นมา) แถวตลาดใกล้บ้านเลยต้องจัดการเข้าครัวเอง จริง ๆ จะว่าไปแล้วขนมโคแบบที่กินกันทางใต้นั้นทำค่อนข้างง่ายและเป็นหนึ่งในขนมในความทรงจำของเรา เวลาแม่หรือย่าไปบนบานศาลกล่าวอะไรเอาไว้ก็มีบางครั้งที่แก้บนเป็นขนมโค ซึ่งนอกจากเราจะมีโอกาสได้เป็นลูกมือแล้วยังได้รับอานิสงส์หลังเสร็จจากแก้บนไปด้วย เป็นขนมที่หยิบกินเพลิน แป๊บ ๆ ก็หมดแล้ว ขนมโคปักษ์ใต้มีส่วนผสมที่ไม่ซับซ้อนและไม่ได้กินแบบราดกะทิเหมือนกับที่เราเห็นทั่วไป แต่จะบอกว่าอันไหนอร่อยกว่าคงเทียบไม่ได้เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องความชอบส่วนบุคคลเนอะ เกริ่นมาเยอะแล้วให้ดูหน้าตากันหน่อย

พอดีที่บ้านเราไม่มีกระต่ายขูดมะพร้าวค่ะ เลยพยายามเอาเนื้อมะพร้าวมาสับ ๆ ซอย ๆ ออกมาหน้าตาได้แบบที่เห็นแต่ก็อร่อยดีไปอีกแบบ และพอดีว่าวันที่ไปจ่ายตลาดบังเอิญได้เผือกหอมมาด้วยเลยเอาเผือกมาผสมกับแป้ง แต่ถ้าใครไม่มีก็ไม่จำเป็นต้องใช้ค่ะ ส่วนสีชมพูที่ได้ก็มาจากการผสมน้ำหวานเฮลซ์บลูบอยสีแดงเข้าไปเล็กน้อย ถ้าใครอยากได้สีอื่น ๆ เช่น สีเขียว หรือฟ้าก็สามารถใช้น้ำใบเตยคั้นหรือน้ำดอกอัญชันได้ตามสบายเลยค่ะ พูดมาเยอะแล้ว เข้าเรื่องเลยดีกว่า

ส่วนผสมขนมโค

• แป้งข้าวเหนียว
• น้ำตาลแว่น
• มะพร้าวขูด (เราหาไม่ได้เลยเอาเนื้อมะพร้าวทึนทึกมาสับ ๆ)
• เผือกหอมนึ่ง
• เกลือป่นเล็กน้อย (ใช้สำหรับคลุกกับมะพร้าวขูด)
• เฮลซ์บลูบอยสีแดง (สีอื่น ๆ หรือน้ำคั้นจากผักสีธรรมชาติ) ไม่ใส่ก็ได้

• มาถ่ายรูปหมู่กันหน่อย

• รูปเดี่ยวของเผือกก่อนนึ่ง เผือกจะต้องล้างให้สะอาดและเอายางออกให้หมดนะคะ ไม่เช่นนั้นเวลากินอาจจะคันหรือแพ้ได้

• เผือกที่นึ่งแล้ว ก่อนนำไปนึ่งหั่นเป็นชิ้น ๆ จะได้สุกเร็วขึ้นค่ะ

• น้ำตาลแว่นที่ได้มาต้องตัดแบ่งอีกครั้งเพื่อนำไปทำไส้ กะขนาดอย่าให้ใหญ่เกินไปนะคะ ไม่เช่นนั้นขนมของเราจะใหญ่ตามไปด้วย

ขนมโค ตำรับปักษ์ใต้

วิธีทำขนมโค

• ใช้ช้อนกับส้อมบดเผือกนึ่งเสร็จแล้วนำไปผสมกับแป้งข้าวเหนียว นวดผสมกันจนเป็นก้อน ถ้าส่วนผสมแห้งเกินไปก็เติมน้ำเข้าไปได้ค่ะ ถ้ารู้สึกว่าเหนียวไปก็ต้องเติมแป้งเพิ่ม ขั้นตอนนี้อาศัยการกะประมาณเอาล้วน ๆ เมนูนี้เลยไม่ได้มีอัตราส่วนมาให้ดูกัน ต้องขออภัยด้วยค่ะ ถ้าต้องการแป้งสีชมพูก็เอาน้ำหวานสีแดงผสมน้ำเปล่าเทใส่ลงไปแล้วนวดจนเข้ากัน ขั้นตอนนี้มือเราเลอะเลยไม่ได้ถ่ายเอาไว้เลย

• แบ่งแป้งเป็นก้อนกลม ๆ ปริมาณของแป้งจะต้องมากพอที่จะหุ้มน้ำตาลที่ตัดเตรียมไว้ได้นะคะ

• เมื่อปั้นเป็นก้อนกลมแล้วก็แผ่เป็นแผ่นบางตามรูปเลยค่ะ กะความหนาให้พอดี สำหรับเราถ้าแป้งหนาไปรู้สึกว่ารสชาติไม่พอดีค่ะ แต่ถ้าแป้งบางไปไส้น้ำตาลจะทะลักได้

• วางน้ำตาลลงไปแบบนี้แล้วก็คลึงให้เป็นก้อนกลม ๆ อีกครั้ง

• ปั้นเสร็จแล้วหน้าตาจะเป็นแบบนี้

• ขั้นต่อไปเรามาเตรียมน้ำสำหรับลวกขนมกันค่ะ เติมน้ำสะอาดใส่ลงในหม้อ ตั้งไฟกลางรอจนน้ำเดือด อย่าลืมกะขนาดของหม้อและปริมาณของน้ำให้เหมาะกับปริมาณของขนมที่จะนำลงไปลวกด้วยนะคะ

• เมื่อน้ำเดือดได้ที่แล้วนำขนมโคลงไปลวก ตอนเอาลงไปใหม่ ๆ ตัวขนมจะจมอยู่ก้นหม้อค่ะ เมื่อเห็นขนมลอยขึ้นมาแล้วให้เตรียมกระชอนไว้ตักได้เลย

• ตักขึ้นมาอย่างกับไข่งานกาชาด

• นำขนมที่สุกแล้วไปแช่น้ำเย็นไว้ครู่หนึ่งกันขนมติดกันค่ะ (เราไม่ชอบให้ขนมติดกันเลยใช้วิธีนี้ แต่สูตรเดิมคือไม่ต้องแช่น้ำค่ะ)

• ขั้นสุดท้ายนี้ ตักขนมขึ้นมาเตรียมเสิร์ฟในจาน นำมะพร้าวขูดคลุกกับเกลือป่นเล็กน้อยพอให้มีรสเค็ม ๆ มัน ๆ แล้วนำไปคลุกกับตัวขนมหรือจะโรยแบบเราก็ได้เลยค่ะ

รับขนมโคไปกินสักลูกไหมคะ อยากจะบอกว่ารสเค็ม ๆ มัน ๆ ของมะพร้าวตัดกับความหวานของน้ำตาลแว่นและความหนึบของแป้งได้เป็นอย่างดี ทำกินเมื่อไรแป๊บ ๆ ก็หมดเร็วทุกที

ป.ล. ส่วนผสมและวิธีทำข้างต้นนี้เราอาศัยครูพักลักจำจากแม่มานะคะ ใครอยากแนะนำหรือติชมอะไรเพิ่มเติมก็บอกกันได้ตามอัธยาศัยเลยค่ะ

ใครยังไม่มีแพลนไปภาคใต้ก็คงอดกินขนมโค แต่ถ้าอยากทำเองก็ไม่ยาก มาลองทำเลยค่ะ ส่วนผสมไม่เยอะ มีแค่แป้งข้าวเหนียวกับน้ำตาลแว่น รับรองอร่อยค่ะ

ขอบคุณแหล่งทึ่มา https://cooking.kapook.com…

More
ขนมหวาน

วาฟเฟิลไอศกรีม เมนูของหวานในร้านคาเฟ่ หน้าตาเป๊ะปังพร้อมเปิดร้าน

วาฟเฟิลไอศกรีม  วาฟเฟิลราดซอสช็อกโกแลตก็ว่าฟินแล้วนะ แต่พอมาเจอวาฟเฟิลไอศกรีมนี่ฟินหนักขั้นเทพ

วาฟเฟิลไอศกรีม  สูตรจาก คุณ Kitty Chef สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม สูตรนี้ใช้วาฟเฟิลสองแผ่นประกบกับไอศกรีม ท็อปด้วยเวเฟอร์และสตรอว์เบอร์รี

ส่วนผสม วาฟเฟิลไอศกรีม

• ไข่ไก่ 3 ฟอง
• น้ำตาลทราย 100 กรัม
• แป้งสาลีอเนกประสงค์ 150 กรัม
• ผงฟู 1 ช้อนชา
• นมสด 300 มิลลิลิตร
• เนย 50 กรัม
• กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
• ไอศกรีมตามชอบ
• ซอสคาราเมล
• ซอสช็อกโกแลต
• ท็อปปิ้งตามชอบ เช่น เวเฟอร์ช็อกโกแลตและสตรอว์เบอร์รี
• น้ำตาลไอซิ่ง

วาฟเฟิลไอศกรีม

วิธีทำวาฟเฟิลไอศกรีม

1. ตีไข่ไก่กับน้ำตาลทรายให้ขึ้นฟู ใส่แป้งสาลีอเนกประสงค์ ผงฟู (ที่ร่อนเอาไว้แล้ว) นม เนยละลาย และกลิ่นวานิลลา ตีจนเข้ากัน
2. ทาเนยที่เครื่องทำวาฟเฟิล เทส่วนผสมแป้งลงไปพอประมาณ อบวาฟเฟิลประมาณ 2 นาที จัดใส่ภาชนะ
3. ใส่ไอศกรีมตามชอบลงบนวาฟเฟิล ราดซอสคาราเมล
4. นำวาฟเฟิลอีก 1 แผ่นมาทับไอศกรีม ใส่ท็อปปิ้งตามชอบ ในสูตรใส่เวเฟอร์ช็อกโกแลตและสตรอว์เบอร์รี ราดซอสช็อกโกแลต โรยไอซิ่ง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

More