อาหารสุดง่าย

น้ำพริกหนุ่ม อาหารพื้นเมือง น้ำพริกยอดนิยมภาคเหนือทำอย่างไร

น้ำพริกหนุ่ม  คือ น้ำพริกภาคเหนือ มีลักษณะข้น เป็นอาหารพื้นบ้านของล้านนา เป็นน้ำพริกยอดนิยม

น้ำพริกหนุ่ม วิธีทำน้ำพริกหนุ่ม ง่ายๆสามารถทำกินเองที่บ้านได้ เมนูอาหารพื้นเมือง น้ำพริกหนุ่ม อาหารล้านนา อาหารยอดนิยมของภาคเหนือ อาหารขันโตก น้ำพริกชาวเหนือ สูตรน้ำพริกภาคเหนือ พร้อมเคล็ดลับ กับข้าวพื้นบ้านล้านนา

อาหารยอดนิยมสำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ อาหารพื้นบ้าน เมนูน้ำพริกหนุ่ม วิธีทำน้ำพริกแบบภาคเหนือ น้ำพริกเมืองเหนือทำอย่างไร อาหารขันโตก น้ำพริกอร่อย ของชาวเหนือ สูตรน้ำพริกภาคเหนือ น้ำพริกหนุ่มทานกับแค็บหมูและผักเคียง อาหารสุขภาพ กินแล้วไม่อ้วน วันนี้ขอนำเสนอ สูตรน้ำพริก ของดีเมืองเหนือ หากใครไปเมืองเหนือไม่ได้ทาน ถือว่าไปไม่ถึง น้ำพริกหนึ่มนิยมทานคู่กับแคปหมู ส่วนผสมและวิธีทำ เขาทำกันอย่างไร มีดังนี้

น้ำพริกหนุ่ม

ส่วนผสมสำหรับทำน้ำพริกหนุ่ม

-พริกหยวกเขียว 15 เม็ด
-กระเทียม 5 ชิ้น
-หอมแดง 10 ลูก
กะปิ 1 ช้อนชา
-เกลือ 1 ช้อนชา
-น้ำปลา 1 ช้อนชา
-ผักสดต่างๆ สำหรับทานกับน้ำพริก เช่น กะหล่ำปลี ข้าวโพดอ่อน ถั่วฝักยาว แตงกวา เป็นต้น
วิธีทำน้ำพริกหนุ่ม

-นำพริก กระเทียม กะปิ และ หอมแดง ย่างให้สุก จากนั้นลอกเปลือก
-นำ พริก กะปิ กระเทียม และ หอมแดง ลงไปโขรกให้ละเอียด ปรุงรสด้วย เกลือ และ น้ำปลา
-เสริฟน้ำพริก ทานกับผักเคียง อย่าง กะหล่ำปลี ข้าวโพดอ่อน ถั่วฝักยาว แตงกวา
-สูตรน้ำพริกหนุ่ม สูตรอื่นๆ จะมี สูตรน้ำพริก สูตรปลาร้า และ สูตรถั่วเนา

น้ำพริกหนุ่ม

น้ำพริกหนุ่มสูตรปลาร้า ก็จะประกอบด้วยส่วนผสม คือ

-พริกหนุ่ม 7 เม็ด
-หัวแดง 5 หัว
-กระเทียม 2 หัว
-มะเขือเทศลูกเล็ก 5 ลูก
-เกลือ 1 ช้อนชา
-ปลาร้า 1 ช้อนโต๊ะ
-ต้นหอมและผักชีหั่นหยาบ
โดยวิธีทำคือ นำส่วนผสมต่างๆมาเผาก่อนให้ได้กลิ่นหอมๆ จากนั้นนำไปโขรกให้ส่วนผสมเข้ากัน ก็จะได้น้ำพริกหนุ่มสูตรปลาร้า แสนอร่อยแล้ว

น้ำพริกหนุ่ม สูตรถั่วเน่า ก็จะมีส่วนประกอบ ดังนี้

-พริกหนุ่ม 7 เม็ด
-หอมแดง 5 หัว
-กระเทียม 5 หัว
-ถั่วเน่า แบบแผ่น 1 แผ่น
-เกลือ 1 ช้อนชา
ต้นหอม และ ผักชีหั่น หยาบๆ
โดยวิธีทำน้ำพริก สูตรถั่วเน่ามีดังนี้ นำส่วนผสมต่างๆไปเผาไฟให้ได้กลิ่นหอม จากนั้นให้ส่วนผสมทั้งหมดโขรกให้เข้ากัน ก็จะได้น้ำพริก สูตรถั่วเน่า แสนอร่อย

วัตถุดิบหลักของน้ำพริกหนุ่ม คือ พริกหนุ่ม เรามาทำ ความรุ้จักกับพริกหนุ่ม กันก่อน พริกหนุ่ม คือ พริกสด ที่ยังไม่แก่จัด จะมีเม็ดขนาดใหญ่ ยาว ประมาณ 5 – 10 เซ็นติเมตร มีสีเขียว น้ำพริกนั้นจะเป็นน้ำพริกที่มีลักษณะข้น ซึ่งน้ำพริกเมนูนี้เป็น อาหารพื้นบ้านล้านนา ที่นิยมกินกันตามภาคเหนือ ปัจจุบันน้ำพริกหนุ่มเป็นของ ฝากยอดนิยมของภาคเหนือ

เคล็ดลับการทำน้ำพริกหนุ่ม อยู่ที่ การย่างส่วนผสมต่างๆ ต้องทำด้วยถ่านไม้ ซึ่ง ถ่านไม้จะให้กลิ่นหอม เมื่อ พริกถูกความร้อน น้ำพริกจะมีกลิ่นหอม และ รสชาติดี หากต้องการลดความเผ็ดให้ ให้เอาไส้ของพริกออกจะ ช่วยลดความเผ็ด ลงได้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com…

More
Uncategorized

ดูบอลออนไลน์ อินโดนีเซีย

ดูบอลออนไลน์ อินโดนีเซีย

ดูบอลออนไลน์ อินโดนีเซีย

ดูบอลออนไลน์ อินโดนีเซีย บอลสด ออนไลน์ทุกคู่ที่มีการแข่ง

ดูบอลออนไลน์ อินโดนีเซีย บอลสด ดูบอลออนไลน์ สดทุกคู่ ครบทุกเกมส์ มีลิ้งดูบอลให้เลือกดูมากมาย ดูบอลออนไลน์ ดูบอลสด ดูบอลผ่านเน็ตฟรีๆ ไม่มีค่าใช้จ่าย

ดูบอลออนไลน์ อินเดีย uae ลิงค์ดูบอลสด ถ่ายทอดบอลสด แจกลิงค์บอลสด ที่อัพเดตสดใหม่ทุกวัน อัพเดตทุกคู่ ตลอด 24 ชั่วโมง ดูบอลออนไลน์ อิรัก จีน

More
ขนมหวาน

ขนมโค ตำรับปักษ์ใต้ แป้งนุ่มไส้หวานหอมอร่อยน่าลองทำ

ขนมโค ตำรับปักษ์ใต้  รับขนมโคไปลองชิมสักลูกไหมคะ ? ขนมไทยพื้นบ้านปักษ์ใต้ แป้งนุ่มสอดไส้น้ำตาลแว่น คลุกมะพร้าวขูด อร่อยเพลิน

ขนมโค ตำรับปักษ์ใต้ ติดใจขนมโค อีกหนึ่งขนมไทยหากินยาก ถ้าทำเองบอกเลยง่ายสุด ๆ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำขนมโค สูตรจาก คุณแมวเหมียวโมจิ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม หน้าตาคล้ายขนมต้ม ต่างกันที่ขนมต้มใส่ไส้กระฉีก ส่วนขนมโคใส่ไส้น้ำตาลแว่นหรือน้ำตาลโตนด แป้งใส่สีหรือไม่ใส่สีก็ได้ ปั้นก้อนกลมพอดีคำ คลุกมะพร้าวขูด กินอร่อยจนหยุดไม่ได้

เคยกินไหม ชวนมาทำขนมโคแบบคนใต้กันค่ะ โดย คุณแมวเหมียวโมจิ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

สวัสดีค่ะ เราเป็นคนใต้แต่เมื่อย้ายเข้ามาอยู่แถบภาคกลางไม่ค่อยมีโอกาสกลับบ้าน แต่ความอยากไม่ปรานีใครค่ะ ขนมโคแบบที่อยากกินนี้ก็ไม่ได้มีขาย (เท่าที่เห็นมา) แถวตลาดใกล้บ้านเลยต้องจัดการเข้าครัวเอง จริง ๆ จะว่าไปแล้วขนมโคแบบที่กินกันทางใต้นั้นทำค่อนข้างง่ายและเป็นหนึ่งในขนมในความทรงจำของเรา เวลาแม่หรือย่าไปบนบานศาลกล่าวอะไรเอาไว้ก็มีบางครั้งที่แก้บนเป็นขนมโค ซึ่งนอกจากเราจะมีโอกาสได้เป็นลูกมือแล้วยังได้รับอานิสงส์หลังเสร็จจากแก้บนไปด้วย เป็นขนมที่หยิบกินเพลิน แป๊บ ๆ ก็หมดแล้ว ขนมโคปักษ์ใต้มีส่วนผสมที่ไม่ซับซ้อนและไม่ได้กินแบบราดกะทิเหมือนกับที่เราเห็นทั่วไป แต่จะบอกว่าอันไหนอร่อยกว่าคงเทียบไม่ได้เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องความชอบส่วนบุคคลเนอะ เกริ่นมาเยอะแล้วให้ดูหน้าตากันหน่อย

พอดีที่บ้านเราไม่มีกระต่ายขูดมะพร้าวค่ะ เลยพยายามเอาเนื้อมะพร้าวมาสับ ๆ ซอย ๆ ออกมาหน้าตาได้แบบที่เห็นแต่ก็อร่อยดีไปอีกแบบ และพอดีว่าวันที่ไปจ่ายตลาดบังเอิญได้เผือกหอมมาด้วยเลยเอาเผือกมาผสมกับแป้ง แต่ถ้าใครไม่มีก็ไม่จำเป็นต้องใช้ค่ะ ส่วนสีชมพูที่ได้ก็มาจากการผสมน้ำหวานเฮลซ์บลูบอยสีแดงเข้าไปเล็กน้อย ถ้าใครอยากได้สีอื่น ๆ เช่น สีเขียว หรือฟ้าก็สามารถใช้น้ำใบเตยคั้นหรือน้ำดอกอัญชันได้ตามสบายเลยค่ะ พูดมาเยอะแล้ว เข้าเรื่องเลยดีกว่า

ส่วนผสมขนมโค

• แป้งข้าวเหนียว
• น้ำตาลแว่น
• มะพร้าวขูด (เราหาไม่ได้เลยเอาเนื้อมะพร้าวทึนทึกมาสับ ๆ)
• เผือกหอมนึ่ง
• เกลือป่นเล็กน้อย (ใช้สำหรับคลุกกับมะพร้าวขูด)
• เฮลซ์บลูบอยสีแดง (สีอื่น ๆ หรือน้ำคั้นจากผักสีธรรมชาติ) ไม่ใส่ก็ได้

• มาถ่ายรูปหมู่กันหน่อย

• รูปเดี่ยวของเผือกก่อนนึ่ง เผือกจะต้องล้างให้สะอาดและเอายางออกให้หมดนะคะ ไม่เช่นนั้นเวลากินอาจจะคันหรือแพ้ได้

• เผือกที่นึ่งแล้ว ก่อนนำไปนึ่งหั่นเป็นชิ้น ๆ จะได้สุกเร็วขึ้นค่ะ

• น้ำตาลแว่นที่ได้มาต้องตัดแบ่งอีกครั้งเพื่อนำไปทำไส้ กะขนาดอย่าให้ใหญ่เกินไปนะคะ ไม่เช่นนั้นขนมของเราจะใหญ่ตามไปด้วย

ขนมโค ตำรับปักษ์ใต้

วิธีทำขนมโค

• ใช้ช้อนกับส้อมบดเผือกนึ่งเสร็จแล้วนำไปผสมกับแป้งข้าวเหนียว นวดผสมกันจนเป็นก้อน ถ้าส่วนผสมแห้งเกินไปก็เติมน้ำเข้าไปได้ค่ะ ถ้ารู้สึกว่าเหนียวไปก็ต้องเติมแป้งเพิ่ม ขั้นตอนนี้อาศัยการกะประมาณเอาล้วน ๆ เมนูนี้เลยไม่ได้มีอัตราส่วนมาให้ดูกัน ต้องขออภัยด้วยค่ะ ถ้าต้องการแป้งสีชมพูก็เอาน้ำหวานสีแดงผสมน้ำเปล่าเทใส่ลงไปแล้วนวดจนเข้ากัน ขั้นตอนนี้มือเราเลอะเลยไม่ได้ถ่ายเอาไว้เลย

• แบ่งแป้งเป็นก้อนกลม ๆ ปริมาณของแป้งจะต้องมากพอที่จะหุ้มน้ำตาลที่ตัดเตรียมไว้ได้นะคะ

• เมื่อปั้นเป็นก้อนกลมแล้วก็แผ่เป็นแผ่นบางตามรูปเลยค่ะ กะความหนาให้พอดี สำหรับเราถ้าแป้งหนาไปรู้สึกว่ารสชาติไม่พอดีค่ะ แต่ถ้าแป้งบางไปไส้น้ำตาลจะทะลักได้

• วางน้ำตาลลงไปแบบนี้แล้วก็คลึงให้เป็นก้อนกลม ๆ อีกครั้ง

• ปั้นเสร็จแล้วหน้าตาจะเป็นแบบนี้

• ขั้นต่อไปเรามาเตรียมน้ำสำหรับลวกขนมกันค่ะ เติมน้ำสะอาดใส่ลงในหม้อ ตั้งไฟกลางรอจนน้ำเดือด อย่าลืมกะขนาดของหม้อและปริมาณของน้ำให้เหมาะกับปริมาณของขนมที่จะนำลงไปลวกด้วยนะคะ

• เมื่อน้ำเดือดได้ที่แล้วนำขนมโคลงไปลวก ตอนเอาลงไปใหม่ ๆ ตัวขนมจะจมอยู่ก้นหม้อค่ะ เมื่อเห็นขนมลอยขึ้นมาแล้วให้เตรียมกระชอนไว้ตักได้เลย

• ตักขึ้นมาอย่างกับไข่งานกาชาด

• นำขนมที่สุกแล้วไปแช่น้ำเย็นไว้ครู่หนึ่งกันขนมติดกันค่ะ (เราไม่ชอบให้ขนมติดกันเลยใช้วิธีนี้ แต่สูตรเดิมคือไม่ต้องแช่น้ำค่ะ)

• ขั้นสุดท้ายนี้ ตักขนมขึ้นมาเตรียมเสิร์ฟในจาน นำมะพร้าวขูดคลุกกับเกลือป่นเล็กน้อยพอให้มีรสเค็ม ๆ มัน ๆ แล้วนำไปคลุกกับตัวขนมหรือจะโรยแบบเราก็ได้เลยค่ะ

รับขนมโคไปกินสักลูกไหมคะ อยากจะบอกว่ารสเค็ม ๆ มัน ๆ ของมะพร้าวตัดกับความหวานของน้ำตาลแว่นและความหนึบของแป้งได้เป็นอย่างดี ทำกินเมื่อไรแป๊บ ๆ ก็หมดเร็วทุกที

ป.ล. ส่วนผสมและวิธีทำข้างต้นนี้เราอาศัยครูพักลักจำจากแม่มานะคะ ใครอยากแนะนำหรือติชมอะไรเพิ่มเติมก็บอกกันได้ตามอัธยาศัยเลยค่ะ

ใครยังไม่มีแพลนไปภาคใต้ก็คงอดกินขนมโค แต่ถ้าอยากทำเองก็ไม่ยาก มาลองทำเลยค่ะ ส่วนผสมไม่เยอะ มีแค่แป้งข้าวเหนียวกับน้ำตาลแว่น รับรองอร่อยค่ะ

ขอบคุณแหล่งทึ่มา https://cooking.kapook.com…

More
อาหารสุดง่าย

คัตสึด้ง (ข้าวหน้าหมูทอด) หมูนุ่ม ๆ ไข่แหยะ ๆ รสมันละมุน ๆ ดีงามเลย

คัตสึด้ง (ข้าวหน้าหมูทอด) ครั้งนึงพิมเคยถามคุณสามีว่า ทำไมชอบกินคัตสึด้งล่ะ มันอร่อยตรงไหนเหรอ หมูนุ่ม ๆ ไข่แหยะ ๆ

คัตสึด้ง (ข้าวหน้าหมูทอด) บอกไม่ถูกเลยค่ะว่ารสชาติเป็นยังไง คือสมัยนั้นพิมเป็นคนที่ไม่ชอบไข่นุ่ม ๆ นะคะ แบบว่าถ้าจะกินไข่เนี่ย ต้องขอกินเป็นไข่แข็งๆ อย่างไข่ดาวเนี่ย ถ้าไข่แดงเป็นน้ำ หรือไข่ขาวนิ่ม ๆ พิมจะกินไม่ได้เลยอ่ะค่ะ ก็เลยรู้สึกว่าการที่คุณสามีกินหมูนุ่ม ๆ ในน้ำซุป ที่มีไข่เละ ๆ มันแปลกมาก และไม่อร่อยเลยสักนิดนะคะ

จนกระทั่งวันเวลาผ่านไป เมื่ออายุมากขึ้น >_< เริ่มกินไข่ดาวแบบที่ไข่แดงมีน้ำได้ เริ่มกินไข่หวานแบบที่ไข่ไม่ต้องแข็งมากก็ได้ ก็เลยกล้าลองกินคัตสึด้งค่ะ – -” ปรากฎว่า เอ๊ยยย อร่อยอ่ะค่ะ คือแบบว่าหมุนุ่ม ๆ กินกับไข่นุ่ม ๆ ราดบนข้าวสวยร้อน ๆ มันดีงามเลยอ่ะค่ะ และรสชาติที่มองจากภาพแล้วคิดว่าน่าจะจืด ปรากฎว่าก็ไม่จืดอย่างที่คิด รสมันละมุน ๆ ดีงามเลยนะคะ

จากนั้นพิมก็เลยเริ่มหัดทำกินเองและทำให้คุณสามีกิน (จากที่เมื่อก่อนซื้อกินตลอด) แรก ๆ ก็รสชาติประหลาด ๆ อยู่ค่ะ ไม่กลมกล่อม แต่ว่าทำไปทำมา ให้คุณสามีเทสต์บ่อย ๆ ฮ่าๆ รสชาติมันก็เริ่มเข้าที่เรื่อย ๆ จนในที่สุดก็ออกมาเป็นคัตสึด้งอร่อย ๆ อย่างในภาพด้านล่างนี้อ่ะค่ะ …. ไปดูวิธีทำกันดีกว่าเน๊าะคะ ^_^

:: ส่วนผสมและเครื่องปรุง “ทงคัตสึ (หมูทอด)”

– หมูสันนอก หั่นหนา 1 ซม. 4 ชิ้น (หนักประมาณ 400 กรัม – 4 ที่)
– ไข่ไก่ตีเข้ากัน 2 ฟอง
– แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วย
– เกล็ดขนมปัง 2 ถ้วย
– เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
– พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา

:: ส่วนผสมและเครื่องปรุง “คัตสึด้ง” 1 ที่

– ทงคัตสึ 1 ชิ้น
– น้ำซุป (น้ำเปล่า ต้มกับปลาโอแห้งและคอมบุ) 100 มิลลิลิตร
– มิริน 1 ช้อนโต๊ะ
– โชหยุ 1 ช้อนโต๊ะ
– หอมใหญ่หั่นชิ้นบาง 1/2 หัว (ประมาณ 1/4 ถ้วย)
– ไข่ไก่ ตีพอเข้ากัน 1 ฟอง
– ต้นหอมซอย 1 ต้นเล็ก
– ข้าวสวยญี่ปุ่น 1 ถ้วย หรือมากน้อยตามชอบ

:: วิธีทำ

พูดถึงคัตสึด้ง หรือข้าวหน้าหมูทอดแบบญี่ปุ่นแล้วเนี่ย ก็จะอยู่ด้วยกัน 2 ส่วนเน๊าะคะ คือ ส่วนของหมูทอด กับส่วนของซอสอ่ะค่ะ … เพราะงั้นเริ่มต้น เรามาทำหมูทอดกันก่อนเน๊าะคะ ^_^

ก็ให้เราเอาหมูสันนอกที่ซื้อมา แล่เอาผังพืดสีขาว ๆ ทิ้งไป หั่นเป็นชิ้นหนาประมาณ 1 ซม. โรยเกลือป่น พริกไทยป่นอย่างละนิดหน่อย แล้วก็เอาค้อนทุบเนื้อทุบเบา ๆ ให้นุ่ม ๆ นิ๊ดดดนึง แต่ถ้าไม่มีก็ข้ามไปได้ค่ะ

ค้อนทุบเนื้อ หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์ต หรือแผนกเครื่องครัวทั่วไป ราคาเริ่มต้นประมาณ 100 กว่าบาทนะคะ

จากนั้นก็หยิบหมูแต่ละชิ้นไปคลุกแป้งสาลีให้ทั่วชิ้น แล้วเอาไปชุบไข่ คลุกเกล็ดขนมปัง เอามาชุบไข่อีกครั้ง แล้วคลุกเกล็ดขนมปังอีกรอบค่ะ (เพื่อให้เกล็ดขนมปังติดหนาหน่อยเน๊าะคะ)

ก็จะได้ออกมาเป็นหมูคลุกเกล็ดขนมปังแบบนี้ค่ะ

ซึ่งโดยปกติ เราจะนำเอาหมูชุบเกล็ดขนมปังแบบนี้ไปทอดในน้ำมันท่วม ๆ เพื่อให้เหลืองกรอบ ได้ออกมาเป็นทงคัตสึเน๊าะคะ …

More
อาหารทำง่าย

บูเดชิเก หม้อไฟเกาหลี อาหารเกาหลีเมนูฮิต ความอร่อยที่ทำเองได้เหมือนต้นตำรับ

บูเดชิเก หม้อไฟเกาหลี แฟนเกาหลีห้ามพลาด ! ชวนทำอาหารเกาหลีเมนูฮิต รวมจานเด็ดพร้อมทำเองที่บ้าน มือใหม่ก็ทำได้ อร่อยเหมือนต้นฉบับ อิ่มพริ้มไม่ต้องง้อร้านแพง ๆ

บูเดชิเก หม้อไฟเกาหลี อาหารเกาหลียังคงฮิตไม่สร่าง ใครขี้เกียจต่อคิวกินที่ร้านก็ทำกินเองได้ง่าย ๆ นะคะ ขอนำเสนอสูตร อาหารเกาหลี เมนูฮิต บูเดชิเก หม้อไฟเกาหลี

สูตรอาหารเกาหลีเมนูฮิต

1. บูเดชิเก หม้อไฟเกาหลี

ต่อไปนี้ไม่ต้องเสียเงินหลายร้อยเพื่อไปกินหม้อไฟเกาหลีหรือบูเดชิเกแล้วค่ะ ลองมาทำเองแบบประหยัดดีกว่า สูตรจาก เว็บไซต์ payunbud สูตรนี้ใช้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของไทย พร้อมเครื่องเคราและผักตามชอบ ที่ขาดไม่ได้เลยคือ โคชูจังเพิ่มความแซ่บ มานั่งล้อมวงกินกันเลยจ้า

ส่วนผสม บูเดชิเก

ไส้กรอก (หรือผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปตามชอบ)
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสต้มยำกุ้ง หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกาหลี
ไข่ไก่
ผักตามชอบ (เช่น ต้นหอมญี่ปุ่นซอย, เห็ด, ผักกาดขาว, กะหล่ำปลี เป็นต้น)
สาหร่าย
โคชูจัง
น้ำมันงา
ต๊อกโบกี
แฮม
หมูชิ้น                                                                                                                                                                                                                                                                                                             เต้าหู้

บูเดชิเก หม้อไฟเกาหลี 

เคล็ดลับ:

1. การทำบูเดชิเกถ้าอยากให้เนียนคล้ายมาม่าเกาหลี แนะนำให้ใช้มาม่าโอเรียนทอลแบบซอง (เพราะมาม่าเกาหลีเส้นจะเป็นแป้งมันฝรั่ง เด้ง ๆ หนึบ ๆ คนละแบบกับมาม่าไทย ตราโอเรียนทอลนี้คล้ายสุดในราคาเบา ๆ)
2. ส่วนอื่น ๆ ที่ควรมีคือ ผักตามชอบ เช่น เห็ด ผักกาดขาว กะหล่ำปลี
3. โคชูจัง อันนี้เป็นตัวหลักที่ให้รสชาติ แนะนำว่า ลองใส่น้ำมันงาเพิ่มจะความแซ่บ
4. สารพัดไส้กรอกและผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูป เพราะหม้อไฟนี้เกิดจากที่ทหารอเมริกันเข้ามาตั้งค่าย ส่วนใหญ่เนื้อสัตว์ที่ใส่เลยเป็นเนื้อสัตว์แปรรูป และจะยิ่งแซ่บมาก หากเป็นพวกไส้กรอกรมควันและเบคอน เพราะใส่แล้วเพิ่มกลิ่นหอมน้ำลายไหล
5. ส่วนอื่น ๆ ที่สามารถเพิ่มได้คือ พวกไข่ และแป้งต๊อกโปกิ (Topokki)

วิธีทำหม้อไฟเกาหลี

1. ใส่เส้นมาม่าลงตรงกลางของกระทะ ตามด้วยเครื่องเคราอื่น ๆ ที่หั่นเตรียมไว้วางเรียงลงไปให้ทั่ว

หมายเหตุ: ปกติถ้าใช้มาม่าเกาหลี จะใส่ผงปรุงรสลงไปด้วย ในสูตรใช้มาม่าไทยก็ใส่ได้ แต่มีข้อควรระวังว่า…

– ถ้าชอบแบบแซ่บเหมือนต้มยำ ให้ใส่ผงมาม่า 2 ซอง + โคชูจัง 1 ช้อนโต๊ะ
– ถ้าชอบแบบมีรสผสม ให้ใส่ผงมาม่าแค่ 1/2 ซอง + โคชูจัง 1 ช้อนโต๊ะ
– ถ้าชอบแบบเกาหลีมากกว่า ให้ใส่แต่โคชูจังโปะไปราว 1+1/2 ช้อนโต๊ะพูน ๆ ราดน้ำมันงาและพริกขี้หนู แล้วใส่น้ำซุปหรือน้ำผสมผงซุปนิดหน่อยแทน

*** ซึ่งสูตรนี้เป็นแบบแรก คือ ใส่ทั้งผงมาม่าและเครื่องมาม่าลงไป ***

2. ตักโคชูจังช้อนใหญ่ ๆ ใส่ลงไปตรงกลางมาม่า ใส่น้ำลงไปจนเกือบท่วมเส้น นำขึ้นตั้งไฟ

หมายเหตุ : ถ้าอยากให้ได้อารมณ์ใช้หม้อไฟฟ้ามานั่งล้อมวงกัน แต่ในสูตรกินกัน 2 คน ล้างลำบาก เลยทำการจัดเรียงใส่กระทะใบใหญ่ให้สวยงาม ใส่น้ำลงไปราวครึ่งหนึ่งพอท่วมเส้นครึ่งหนึ่งค่ะ (ไม่พอเดี๋ยวใส่เพิ่มได้) หากใส่เยอะจะจืดรสไม่เข้มแก้ยากกว่า

3. ต้มไปสักครู่จนเส้นมาม่าเริ่มนิ่มและน้ำเดือดตามต้องการ ระหว่างต้มถ้ากลัวน้ำแห้ง สามารถใส่เพิ่มได้ แต่อย่าให้ท่วม ไม่อย่างนั้นจะเจือจางค่ะ หม้อไฟแบบนี้ใส่น้ำแค่พอขลุกขลิก ไม่เยอะ (ข้อควรระวัง มาม่าไทย พอเอาขึ้นแอบดูดน้ำด้วยนะคะ เผื่อไว้หน่อย) พอเส้นสุกตามชอบยกออกจากเตา พร้อมเสิร์ฟ

หมายเหตุ: ถ้าเป็นมาม่าไทย ต้มราว 3 นาที หรือพอให้เส้นนุ่มตามชอบ แต่ถ้าเป็นมาม่าเกาหลีต้มนาน ๆ หน่อย เพราะเส้นจะหนากว่า หนึบกว่า ยิ่งต้มนานจะยิ่งดูดซึมน้ำอร่อยไปอีกแบบ ดังนั้นถ้าใช้เส้นเกาหลีอย่าใจร้อน สำหรับเส้นไทยก็ตามชอบได้เลย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com…

More
อาหารทำง่าย

หมูทอดข้าวโพด สูตรเมนูอาหารว่างง่าย ๆ เติมความอร่อยในวันสบาย ๆ

หมูทอดข้าวโพด  ถ้าใครอยากจัดหนัก ๆ หน่อยก็คงต้องเจอกับสูตรหมูทอดข้าวโพดจานนี้เลย

หมูทอดข้าวโพด  นอกจากจะกินเล่นกินเพลินแล้วยังช่วยให้อิ่มท้องไปได้ทั้งวันเลย เดียว หมูนุ่ม ๆ หอมกลิ่นข้าวโพด เอาไปทอดให้กรอบ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม แหม… อยากให้พรุ่งนี้เป็นวันหยุดเลย สูตรจาก คุณ KIGBERRY สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

ส่วนผสม

เนื้อหมูสับ
ข้าวโพดต้มฝานเมล็ด
ซีอิ๊วขาว
น้ำตาลทราย เล็กน้อย
รากผักชี กระเทียม และพริกไทยโขลก
ไข่ไก่
วุ้นเส้น ตัดเป็นท่อนสั้น
แป้งทอดกรอบ

หมูทอดข้าวโพด

วิธีทำ

1. ผสมเนื้อหมูบด ข้าวโพด ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลทรายเข้าด้วยกัน ตามด้วยเครื่องที่โขลกไว้ คนผสมให้เข้ากัน

2. ตอกไข่ไก่ใส่ลงไปผสมให้เข้ากัน ตามด้วยวุ้นเส้น ใส่วุ้นเส้นลงไปและแป้งทอดกรอบ นวดผสมให้เข้ากัน

3. ใส่น้ำมันลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟปานกลางจนร้อน ปั้นส่วนผสมหมูเป็นก้อน ๆ แล้วใส่ลงทอดให้สุกเหลืองทั้ง 2 ด้าน ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

More
ขนมทำง่าย

บานอฟฟี่พาย เมนูของหวานในร้านคาเฟ่ หน้าตาเป๊ะปังพร้อมเปิดร้าน

บานอฟฟี่พาย  แม้ขั้นตอนทำบานอฟฟี่พายจะยุ่งยากแต่ก็ขายดีนะคะ

บานอฟฟี่พาย สูตรจาก เฟซบุ๊ก Pimmy ชวนกินของอร่อย ชิ้นเดียวได้ความอร่อยทั้งจากช็อกโกแลต กล้วยคาราเมล วิปครีม แช่เย็นอร่อยเหาะจริงเชียว

บานอฟฟี่พาย สำหรับพิมพ์ 3 ปอนด์

• ส่วนผสม ชั้นที่ 1 (A) ฐานพาย
• บิสกิต 240 กรัม (หรือคุกกี้โอรีโอ้)
• เนยสดจืด 100 กรัม

ส่วนผสม ชั้นที่ 2 (B) ช็อกโกแลต

• ดาร์กช็อกโกแลต 60% 130 กรัม
• วิปปิ้งครีมชนิดนมโคแท้ 140 กรัม
• กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา

ส่วนผสม ชั้นที่ 3 (C) กล้วยคาราเมล

• น้ำสะอาด 1/4 ถ้วย
• น้ำตาลคาราเมล 1/2 ถ้วย
• น้ำตาลทรายแดง 1/2 ถ้วย
• เกลือ 1/2 ช้อนชา
• วิปปิ้งครีมนมโคแท้ (Dairy Whipping Cream) 3/4 ถ้วย (นำเข้าไมโครเวฟให้ร้อน 1 นาที)
• เนยสดจืด 30 กรัม
• กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา
• กล้วยหอม 5-6 ลูก หรือตามชอบ

บานอฟฟี่พาย

ส่วนผสม ชั้นที่ 4 (D) วิปปิ้งครีม

• วิปปิ้งครีม ใช้ได้ทั้งครีมสด (Dairy) และ ครีมไขมันพืช (Non-Dairy) 300-400 กรัม (ใส่มากหรือน้อยตามชอบ)
• กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา

หมายเหตุ : สามารถเติมน้ำตาลไอซิ่งได้ตามชอบ โดยชิมรสวิปครีมก่อนค่อยเติม ในสูตรใช้วิปครีมที่มีรสหวานอยู่แล้วเลยไม่ได้เติมไอซิ่ง โดยส่วนมากถ้ารสไม่หวานจะเพิ่มไอซิ่ง 10% ของน้ำหนักวิปครีมที่ใช้

ส่วนผสม ชั้นที่ 5 (F) ผงโกโก้ (สำหรับโรย)

• ผงโกโก้ชนิดไม่หวาน 2-3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำชั้นที่ 1 ฐานพาย (A)

• นำบิสกิตไปปั่นหรือใส่ถุงทุบให้ละเอียด (หรือใช้โอรีโอ้ก็ได้) เทเนยละลายลงผสมให้เข้ากัน นำไปกรุใส่พิมพ์ กดให้แน่น แล้วเข้าช่องแช่แข็งประมาณ 1 ชั่วโมงหรือจนเซตตัว

วิธีทำชั้นที่ 2 ช็อกโกแลต (B)

• นำวิปครีมแบบ Dairy และดาร์กช็อกโกแลตไปตุ๋นด้วยไฟอ่อน ย้ำต้องอ่อน พอช็อกโกแลตละลายก็ยกลงจากเตาเลย แล้วค่อยมาคนให้เข้ากัน เพิ่มความหอมด้วยกลิ่นวานิลลา รอจนเย็นแล้วนำไปเทใส่พิมพ์ที่กรุบิสกิตไว้ นำไปเข้าช่องแช่แข็ง หรือแช่เย็นให้เซตตัวดีก่อนค่อยทำชั้นต่อไป

วิธีทำชั้นที่ 3 กล้วยกับคาราเมล (C)

• ทำคาราเมล โดยใส่น้ำสะอาดลงในหม้อทนความร้อน ใส่น้ำตาลทรายคาราเมล ตามด้วยน้ำตาลทรายแดงกับเกลือ ตั้งไฟปานกลางกวนจนน้ำตาลละลายหมด และมีลักษณะข้นเหนียว มีกลิ่นไหม้นิด ๆ ปิดไฟ ค่อย ๆ เทวิปครีม (ที่นำเข้าไมโครเวฟให้ร้อน) คนจนเข้ากันแล้วเปิดไฟกลางอีกครั้ง กวนต่อจนข้นขึ้นแล้วยกลงจากเตา ใส่เนยและกลิ่นวานิลลา คนจนเนยละลายหมด พักไว้ให้เย็น จัดเรียงกล้วยลงในพิมพ์ ราดด้วยคาราเมลแล้วนำไปแช่เย็นให้คาราเมลแข็งตัว โปะวิปครีม

วิธีทำชั้นที่ 4 วิปครีม (D)

• ถ้าอยากให้อยู่ตัวนานขึ้นแนะนำใช้ครีมแบบ Non-Dairy แต่ถ้าไม่อยากซื้อหลายอันก็ใช้ครีม Dairy ได้เลย ใส่วิปครีมลงไปในอ่างผสม เติมกลิ่นวานิลลา ตีวิปครีมให้ขึ้นฟู นำไปโปะในพิมพ์ เกลี่ยให้เรียบ…

More
Uncategorized

พุดดิ้งขนมปัง เมนูของหวานในร้านคาเฟ่ หน้าตาเป๊ะปังพร้อมเปิดร้าน

พุดดิ้งขนมปัง  ยามเช้ามีลูกค้าเข้าร้านลองเสนออาหารรองท้องเบา ๆ

พุดดิ้งขนมปัง  อย่างเมนูพุดดิ้งขนมปัง สูตรจาก นิตยสารแม่บ้าน จับขนมปังหั่นชิ้นราดคัสตาร์ด ใส่กล้วยหอมกับลูกเกด อบจนกรอบ หน้าตาดีแบบนี้ใครเห็นก็อยากลอง

ส่วนผสม

• ขนมปังฝรั่งเศสหั่นชิ้น 80 กรัม
• กล้วยหอมสุกหั่นชิ้นบาง 2 ลูก
• นมข้นจืด 1/4 ถ้วยตวง
• นมสด 1+1/4 ถ้วยตวง
• น้ำตาลทราย 6 ช้อนโต๊ะ
• ไข่ไก่ 2 ฟอง
• กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา
• ผงอบเชย 1/4 ช้อนชา
• ลูกเกดสีดำ 1/4 ถ้วยตวง
• เนยสดชนิดเค็ม 2 ช้อนโต๊ะ
• ผงโกโก้สำหรับโรยหน้า

พุดดิ้งขนมปัง

วิธีทำพุดดิ้งขนมปัง

1. ใส่นมข้นจืด นมสด และน้ำตาลทรายลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟ คนให้น้ำตาลละลาย ยกลง พักไว้ให้เย็น
2. ตอกไข่ไก่ใส่ภาชนะ ใส่กลิ่นวานิลลากับผงอบเชย ตีให้เข้ากัน ค่อย ๆ ใส่ส่วนผสมนมสดลงไปตีให้เข้ากัน
3. ทาเนยสดลงในพิมพ์อบ เรียงขนมปังฝรั่งเศส ตามด้วยกล้วยหอมกับลูกเกด ทาเนยสดให้ทั่ว ทำเช่นนี้สลับกันจนเต็มพิมพ์
4. ราดส่วนผสมคัสตาร์ดลงไป นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 30 นาทีหรือจนสุก นำออกมา โรยผงโกโก้ จัดเสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

More
ขนมหวาน

วาฟเฟิลไอศกรีม เมนูของหวานในร้านคาเฟ่ หน้าตาเป๊ะปังพร้อมเปิดร้าน

วาฟเฟิลไอศกรีม  วาฟเฟิลราดซอสช็อกโกแลตก็ว่าฟินแล้วนะ แต่พอมาเจอวาฟเฟิลไอศกรีมนี่ฟินหนักขั้นเทพ

วาฟเฟิลไอศกรีม  สูตรจาก คุณ Kitty Chef สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม สูตรนี้ใช้วาฟเฟิลสองแผ่นประกบกับไอศกรีม ท็อปด้วยเวเฟอร์และสตรอว์เบอร์รี

ส่วนผสม วาฟเฟิลไอศกรีม

• ไข่ไก่ 3 ฟอง
• น้ำตาลทราย 100 กรัม
• แป้งสาลีอเนกประสงค์ 150 กรัม
• ผงฟู 1 ช้อนชา
• นมสด 300 มิลลิลิตร
• เนย 50 กรัม
• กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
• ไอศกรีมตามชอบ
• ซอสคาราเมล
• ซอสช็อกโกแลต
• ท็อปปิ้งตามชอบ เช่น เวเฟอร์ช็อกโกแลตและสตรอว์เบอร์รี
• น้ำตาลไอซิ่ง

วาฟเฟิลไอศกรีม

วิธีทำวาฟเฟิลไอศกรีม

1. ตีไข่ไก่กับน้ำตาลทรายให้ขึ้นฟู ใส่แป้งสาลีอเนกประสงค์ ผงฟู (ที่ร่อนเอาไว้แล้ว) นม เนยละลาย และกลิ่นวานิลลา ตีจนเข้ากัน
2. ทาเนยที่เครื่องทำวาฟเฟิล เทส่วนผสมแป้งลงไปพอประมาณ อบวาฟเฟิลประมาณ 2 นาที จัดใส่ภาชนะ
3. ใส่ไอศกรีมตามชอบลงบนวาฟเฟิล ราดซอสคาราเมล
4. นำวาฟเฟิลอีก 1 แผ่นมาทับไอศกรีม ใส่ท็อปปิ้งตามชอบ ในสูตรใส่เวเฟอร์ช็อกโกแลตและสตรอว์เบอร์รี ราดซอสช็อกโกแลต โรยไอซิ่ง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

More
ขนมทำง่าย

ช็อกโกแลตเนยถั่ว ไอเดียขนมง่าย ๆ กับส่วนผสมแค่ 3 อย่าง !

ช็อกโกแลตเนยถั่ว  สัมผัสแรกที่ได้กัดช็อกโกแลตก้อนนี้ลงไป

ช็อกโกแลตเนยถั่ว คุณจะรู้สึกถึงรสชาติหวานปนขมเล็ก ๆ ของช็อกโกแลต ก่อนจะไปบรรจบกับความหวานมันของเนยถั่ว บอกเลยว่ากลมกล่อมสุด ๆ

สิ่งที่ต้องเตรียม

• ช็อกโกแลตชิพ 1/2 ถ้วย
• เนยถั่ว 1/4 ถ้วย
• เกลือป่นเล็กน้อย

ช็อกโกแลตเนยถั่ว

วิธีทำ

• ละลายช็อกโกแลตชิพจนเป็นเนื้อเนียน ตักใส่ลงในก้นพิมพ์กระดาษ ตามด้วยเนยถั่ว ทับด้วยช็อกโกแลตอีกครั้งจนเต็ม โรยหน้าด้วยเกลือป่นเล็กน้อย
• นำเข้าแช่เย็นประมาณ 15-30 นาที จนเซตตัว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

More