ข่าวทั่วไป

ไข่ตุ๋นใส่ผัก + ปลาทู + ผัก อาหารคลีน เมนูเพื่อสุขภาพ ช่วยควบคุมน้ำหนัก

ไข่ตุ๋นใส่ผัก อาหารคลีนไข่ตุ๋นใส่ผัก เป็นเมนูที่อร่อยมาก

ไข่ตุ๋นใส่ผัก แถมไม่อ้วน และทำง่ายแสนง่าย เพียงแค่ นำไข่มาตอกใส่ชาม ใส่ผักตามชอบ ใส่ซีอิ้วขาวนิดหน่อย และใส่น้ำเปล่า ตีให้เข้ากัน นำใส่ถ้วยไปนึ่ง แค่นี้ก็ได้ไข่ตุ๋นแสนอร่อยแล้วค่ะ

ไข่ตุ๋นใส่ผัก

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com/

More
ข่าวทั่วไป

ยำไข่ดาว + ผักแกล้ม อาหารคลีน เมนูเพื่อสุขภาพ ช่วยควบคุมน้ำหนัก

ยำไข่ดาว แค่เห็นเมนูนี้ก็รู้สึกเปรี้ยวปากขึ้นมาทันที

ยำไข่ดาว วิธีทำก็ง่ายๆ เพียงทอดไข่ดาวประมาณ 1 – 2 ฟองให้สุกได้ที่ จากนั้นก็นำมาหั่นเป็นชิ้นพอคำ ปรุงรสน้ำยำให้แซ่บไปตาใจชอบ กินคู่กับผักหลากชนิดก็ยิ่งเข้ากัน จะกินเล่นก็ได้ หรือกินคู่กับข้าวกล้อง หรือข้าวไรซ์เบอร์รี่ร้อนๆ ก็ยิ่งลงตัว

ยำไข่ดาว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com/

More
ข่าวทั่วไป

นมจืดใส่แอลมอน อโวคาโด งาดำอาหารคลีน เมนูเพื่อสุขภาพ ช่วยควบคุมน้ำหนัก

นมจืดใส่แอลมอน ขอแทรกกันด้วยเมนูอาหารเช้าง่ายๆ

นมจืดใส่แอลมอน กันหน่อย คล้ายๆ กับซีเรียลที่เราชอบกินกัน เพียงแต่จะขอเปลี่ยนวัตถุดิบจากซีเรียลเป็นผลไม้และธัญพืชเคี้ยวได้

กรุบๆ มันๆ อย่างอะโวคาโด เมล็ดแอลมอน งาดำ และอื่นๆ ตามใจชอบ เสร็จแล้วก็เทนมลง ผสมให้เข้ากัน พร้อมที่จะมีสุขภาพที่ดีในตอนเช้ากับเมนูคลีนๆ เมนูนี้แล้ว

นมจืดใส่แอลมอน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com/

More
ข่าวทั่วไป

ก๋วยเตี๋ยวหมี่ ข้าวกล้องต้มยำแห้งอาหารคลีน เมนูเพื่อสุขภาพ ช่วยควบคุมน้ำหนัก

ก๋วยเตี๋ยวหมี่ มาดูเมนูที่เป็นเส้น หรือเมนูก๋วยเตี๋ยวที่เราชื่นชอบกันบ้างดีกว่า

ก๋วยเตี๋ยวหมี่  บอกไว้ก่อนเลยว่าเมนูนี้อาจจะไม่คลีน 100% แต่รับรองได้ว่าแคลอรี่ไม่สูงเท่ากับก๋วยเตี๋ยวทั่วๆ

ไปอย่างแน่นอน ส่วนผสมก็หาได้ไม่ยาก ประกอบไปด้วย เส้นหมี่ข้าวกล้อง ถั่วฝักยาว ผักลวกแล้วแต่ตามชอบ ลูกชิ้นอกไก่

หรืออาจใส่เป็นอกไก่รวนกับน้ำสต๊อกก็ได้ จากนั้นใส่เครื่องปรุงเล็กน้อยเพื่อให้เกิดรสชาติ คราวนี้ก็พร้อมที่จะอิ่มอร่อยไปกับเมนูอาหารคลีนเมนูนี้แล้ว

ก๋วยเตี๋ยวหมี่

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com/

More
ข่าวทั่วไป

ส้ม ประโยชน์ของส้ม สรรพคุณมากล้น กินส้มวันละผลยิ่งดี !

ส้ม  ผลไม้ที่มีให้กินทุกฤดูและราคาไม่แพงแถมยังอร่อย หลายคนก็นึกถึงส้มเป็นอันดับแรก ๆ และใช่ค่ะ ส้มเป็นผลไม้ที่ดีต่อสุขภาพ

ส้ม ส้มเป็นผลไม้ที่มีการเพาะปลูกมาหลายพันปี โดยส้มที่อยู่ในตระกูลซิตรัสเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนและเขตกึ่งร้อนของทวีปเอเชีย รวมไปถึงในหมู่เกาะมลายู ส่วนในไทยมีหลักฐานเป็นรายงานที่กล่าวถึงส้มชนิดต่าง ๆ คือ ส้มโอ ส้มแก้ว และมะกรูด โดยเป็นรายงานที่มีต้นฉบับเป็นภาษาฝรั่งเศส แปลและจัดพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. 2236

ส้ม

สำหรับส้มเขียวหวานนั้น มีข้อสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการเพาะเมล็ดและขยายพันธุ์ของส้มแก้ว หรือมีต้นกำเนิดจากพันธุ์ที่ชาวจีนนำเข้ามาปลูกในภาคกลางเมื่อประมาณร้อยกว่าปีมาแล้ว และนับจากนั้นก็มีการขยายพันธุ์ส้มเขียวหวานไปปลูกในภาคอื่น ๆ และที่เรียกส้มเขียวหวานเพราะเมื่อผลแก่จัดจะมีสีเขียว แต่เนื้อส้มข้างในมีรสหวานอร่อยนั่นเอง

เป็นแหล่งวิตามิน C คุณภาพ ที่มีประโยชน์ต่อการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาว และช่วยสร้างภูมิต้านทานโรค รวมทั้งยังมีไฟเบอร์สูง เป็นแหล่งของแอนติออกซิแดนท์ ที่จะช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากการถูกทำลาย และเสริมสร้างคอลลาเจนในผิว เรียกว่าคุณประโยชน์ครบครันเลยทีเดียว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://health.kapook.com/

More
ข่าวทั่วไป

ข้าวไรซ์ เบอร์รีผัดปลานิล อาหารเย็นแคลอรีต่ำอิ่มท้องได้สุขภาพ

ข้าวไรซ์ เบอร์รีผัดปลานิล ใครมีข้าวไรซ์เบอร์รีหุงสุกเหลือ ๆ จับมาทำเมนูข้าวไรซ์เบอร์รีผัดปลานิล สูตรจาก นิตยสารแม่บ้าน

ข้าวไรซ์ เบอร์รีผัดปลานิล ใส่ปลานิลทอดและผักต่าง ๆ ตามชอบ พอผัดเคล้าจนเข้ากันก็จัดจาน โรยเมล็ดมะม่วงหิมพานต์และเมล็ดทานตะวัน

ส่วนผสม ข้าวไรซ์เบอร์รีผัดปลานิล

• ปลานิลหั่นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 100 กรัม
• เกลือป่นหยาบ เล็กน้อย
• พริกไทยป่น เล็กน้อย
• แป้งทอดกรอบสำเร็จรูป
• น้ำมันพืช สำหรับทอด
• กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
• น้ำมันมะกอก 1+1/2 ช้อนชา
• แครอท หั่นเต๋า 1 ช้อนโต๊ะ
• บรอกโคลี หั่นเต๋า 1 ช้อนโต๊ะ
• ฟักทอง หั่นเต๋า 1 ช้อนโต๊ะ
• ข้าวไรซ์เบอร์รีหุงสุก 3/4 ถ้วยตวง
• ซอสเห็ดหอม 2 ช้อนชา
• ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนชา
• น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา
• เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ทอด 6-7 เม็ด
• เมล็ดทานตะวันอบกรอบ 1 ช้อนชา
• น้ำปลาผสมน้ำมะนาวและพริกขี้หนู

 ข้าวไรซ์เบอร์รีผัดปลานิล

วิธีทำข้าวไรซ์เบอร์รีผัดปลานิล

1. โรยเกลือป่นและพริกไทยป่นบนเนื้อปลานิลแล้วคลุกลงในแป้งทอดกรอบพอทั่ว ใส่ลงทอดในน้ำมันพืชใช้ไฟปานกลาง ทอดจนสุกเหลือง ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน เตรียมไว้
2. เจียวกระเทียมกับน้ำมันมะกอกพอเหลืองหอม ใส่แครอท บรอกโคลี ฟักทอง และข้าวไรซ์เบอร์รีลงไปผัดเบา ๆ ให้เข้ากัน
3. ปรุงรสด้วยซอสเห็ดหอม ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย เกลือป่นและพริกไทยป่น ผัดให้เข้ากัน
4. ใส่ปลาทอดลงไปตะล่อมเบา ๆ ให้เข้ากัน ตักใส่จานสำหรับเสิร์ฟ โรยเมล็ดมะม่วงหิมพานต์และเมล็ดทานตะวัน เสิร์ฟพร้อมน้ำปลาผสมน้ำมะนาวและพริกขี้หนู

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

More
ข่าวทั่วไป

แซลมอนอบดิจองมัสตาร์ด อาหารคลีนที่คนรักสุขภาพนิยมทำกินเอง

แซลมอนอบดิจองมัสตาร์ด  เมนูอาหารคลีนที่ใส่ดิจองมัสตาร์ดลงไปเพื่อเพิ่มกลิ่นและรสชาติให้กลมกล่อมมากขึ้น

แซลมอนอบดิจองมัสตาร์ด เข้ากันดีกับกระเทียมและพาร์สลีย์ รสชาติออกเปรี้ยวเล็กน้อยทำให้สดชื่นสุด ๆ เหมาะทำกินมื้อเที่ยงอย่างแรง

ส่วนผสม

– เนื้อปลาแซลมอน 4 ชิ้น
– พาร์สลีย์สับ 1 ช้อนโต๊ะ
– กระเทียม 2 กลีบใหญ่ (หรือ 3 กลีบเล็ก)
– ดิจองมัสตาร์ด 1/2 ช้อนโต๊ะ
– เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
– พริกไทยดำป่น 1/8 ช้อนชา
– น้ำมันมะกอก 1/8 ถ้วย
– น้ำเลมอน 2 ช้อนโต๊ะ
– เลมอนหั่นแว่นเนื้อปลาแซลมอน 4 ชิ้น

แซลมอนอบดิจองมัสตาร์ด

วิธีทำ

• 1. ใส่พาร์สลีย์ กระเทียม ดิจองมัสตาร์ด เกลือ พริกไทยดำ น้ำมันมะกอกและน้ำเลมอนลงในภาชนะ ผสมให้เข้ากัน
• 2. นำปลาแซลมอนวางเรียงลงไปบนถาดอบโดยวางส่วนหนังลงไปด้านล่าง
• 3. ทาส่วนผสมดิจองมัสตาร์ดลงไปด้านบนเนื้อปลาแซลมอนและวางเลมอนตามลงไป
• 4. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 450 องศาฟาเรนไฮต์ นำถาดที่ใส่ปลาแซลมอนเข้าไปอบ ประมาณ 12-15 นาที พร้อมเสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

More
ข่าวทั่วไป

กระ ถิน พืชสมุนไพรพื้นบ้าน สรรพคุณ และ ประโยชน์ของกระถิน

กระ ถิน พืชสมุนไพรในเขตร้อน มีถิ่นกำเนิดในประเทศแถบทวีปอเมริกา และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ขยายพันธุ์ได้ง่าย จัดเป็นไม้พุ่ม ไม้ต้นขนาดเล็ก นิยมรับประทาน

กระ ถินจัดเป็นพืชตระกูลถั่ว ชื่อเรียกอื่ๆของกระถิน คือ กะเส็ดโคก , กะเส็ดบก , กะตง , กระถินน้อย , กระถินบ้าน , ผักก้านถิน , ผักหนองบก , กระถินไทย , กระถินดอกขาว , กระถินหัวหงอก , ตอเบา , สะตอเทศ , สะตอบ้าน , กระถินยักษ์ เป็นต้น

คุณค่าทางโภชนาการของกระถิน

นักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางอาหารของยอดกระถินอ่อน ขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงานสูงถึง 62 กิโลแคลอรี มีสารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 5 กรัม โปรตีน 8.4 กรัม ไขมัน 0.9 กรัม กากอาหาร 3.8 กรัม น้ำ 80.7 กรัม วิตามินเอ 7,883 หน่วยสากล วิตามินบี 1 0.33 มิลลิกรัม วิตามินบี 2 0.09 มิลลิกรัม วิตามินบี 3 1.7 มิลลิกรัม วิตามินซี 8 มิลลิกรัม ธาตุแคลเซียม 137 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 9.2 มิลลิกรัม และ ธาตุฟอสฟอรัส 11 มิลลิกรัม

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของต้นกระถิน

ต้นกระถินสามารถขยายพันธุ์ ด้วยการใช้เมล็ด และสามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย สำหรับลักษณะของต้นกระดิน มีรายละเอียด ดังนี้

  • ต้นกระถิน มีความสูงประมาณไม่เกิน 10 เมตร ลักษณะทรงต้นเป็นเรือนยอดรูปไข่ เปลือกมีสีเทา มีปุ่มนูนของรอยกิ่งก้านที่หลุดร่วงไป
  • ใบกระถิน เป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับกัน แกนกลางใบประกอบมีขน เรียงตรงข้ามกัน ส่วนใบย่อยเรียงตรงข้ามกัน ลักษณะของโคนใบเบี้ยว ปลายใบแหลม ขอบใบมีขน
  • ดอกกระถิน ดอกของกระถินจะมีสีขาว ออกอดช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนของทุกปี ดอกมีลักษณะเป็นช่อ แบบกระจุกแน่น ออกดอกตามง่ามใบและปลายกิ่ง ลักษณะเป็นรูประฆัง
  • ฝักกระถิน ลักษณะแบน ปลายฝักแหลม เมื่อฝักแก่จะแตกตามยาว ภายในฝักกระถินจะมีเมล็ดเรียงตามขวางจำนวนมาก และจะออกผลช่วงเดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนมกราคมของทุุกปี
  • เมล็ดกระถิน สำหรับเมล็ดของกระถิน จะอยู่ภายในฝักกระถิน มีลักษณะเป็นรูปไข่ แบน สีน้ำตาล และ มัน

กระ ถิน

สรรพคุณของกระถิน

สำหรับต้นกระถินสามารถใช้ประโยชน์ได้ในทุกส่วน ตั้งแต่ ลำต้น เปลือก ใบ ดอก เมล็ด โดยรายละเอียด ดังนี้

  • รากของกระถิน มีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยขับระดู
  • เมล็ดแก่ของกระถิน มีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยให้นอนหลับ ช่วยขับลม ช่วยขับระดูขาวของสตรี ช่วยบำรุงไต
  • เมล็ดของกระถิน มีสรรพคุณ บำรุงกระดูก เป็นยาถ่ายพยาธิตัวกลม ช่วยลดการเกิดนิ่วในกระเพาะอาหาร
  • ฝักอ่อนของกระถิน มีสรรพคุณ บำรุงกระดูก บำรุงหัวใจ ช่วยเจริญอาหาร แก้กระหายน้ำ ช่วยแก้อาการท้องร่วง ช่วยลดการเกิดนิ่วในกระเพาะอาหาร
  • ยอดอ่อนของกระถิน มีสรรพคุณ บำรุงกระดูก ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด บำรุงสายตา บำรุงหัวใจ ช่วยเจริญอาหาร แก้กระหายน้ำ ช่วยลดการเกิดนิ่วในกระเพาะอาหาร
  • ดอกของกระถิน มีสรรพคุณช่วยแก้เกล็ดกระดี่ขึ้นตา ช่วยบำรุงตับ
    เปลือกของกระถิน มีสรรพคุณช่วยห้ามเลือด

โทษของกระถิน

ในใบของกระถิน มีสารชนิกหนึ่งที่มีฤทธิ์เป็นพิษ ชื่อ สารลิวซีนีน ( Leucenine ) หากกินไปมากๆ อาจทำให้ขนร่วงและเป็นหมันได้  กระถินเป็นพืชที่มีคุณสมบัติ ช่วยดูดธาตุซีลีเนียมจากดินได้มาก จึงอาจทำให้เกิดพิษเนื่องจากธาตุนี้ได้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://beezab.com

More
ข่าวทั่วไป

หญ้าขัดมอน สมุนไพร ประโยชน์และสรรพคุณของหญ้าขัด

หญ้าขัดมอน คือ สมุนไพร จัดเป็นพืชชนิดไม้พุ่ม เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ขัดมอน หญ้าขัดมอนใบรี หญ้าขัดใบมน ประโยชน์และสรรพคุณของหญ้าขัด

หญ้าขัดมอน พืชตระกูลเดียวกันกับชบา มีชื่อสามัญหลายชื่อ เช่น Paddy’s lucerne , Queensland hemp , Arrowleaf sida , Common sida , Cuba juite ชื่อวิทยาศาสตร์ของขัดมอน คือ Sida rhombifolia L. ชื่อเรียกอื่นๆของขัดมอน เช่น หญ้าขัดมอนใบยาว ขัดมอนใหญ่ ยุงปัด ยุงกวาด หญ้าขัดใบยาว เน่าะเค้ะ นาคุ้ยหมี่ ลำมะเท็ง อึ่งฮวยอิ๋ว อวกตักซั่ว หญ้าขัดใบยาว เป็นต้น

ชนิดของหญ้าขัด

สำหรับหญ้าขัด มี 4 ชนิด คือ หญ้าขัดใบยาว , หญ้าขัดใบป้อม , หญ้าขัดหลวง และ หญ้าขัด

ลักษณะของต้นหญ้าขัด

ต้นหญ้าขัด จัดเป็นพืช ชนิดไม้พุ่ม สามารถพบได้ทั่วทุกภาคตามป่าเบญจพรรณ โดยลักษณะของต้นหญ้าขัด มีรายละเอียด ดังนี้

ลำต้นของหญ้าขัด สูงไม่เกิน 1 เมตร ลำต้นกลม สีเขียว มีขน
ใบของหญ้าขัด เป็น ใบเดี่ยว เรียงกันตามก้านแบบห่าง ๆ ใบลักษณะเหมือนหอก รูปสามเหลี่ยมข้าวหลามตัด ขอบใบมีขน โคนใบกลม ขอบใบเป็นแฉกๆฟันเลื่อย โคนใบจะเรียบ
ดอกของหญ้าขัด ดอกจะออกตามง่ามใบ มีสีเหลืองอ่อน ลักษณะเป็นรูประฆัง
ผลของหญ้าขัด ลักษณะครึ่งวงกลม มีกลีบเลี้ยงห่อหุ้มอยู่ โดยในแต่ละซีกจะมีเมล็ดสีดำ 1 เมล็ด มีขนอยู่ที่ขั้วเมล็ด

หญ้าขัดมอน

สรรพคุณของหญ้าขัด

การใช้ประโยชน์ของหญ้าขัด และ สรรพคุณของหญ้าขัด ที่ใช้ในการรักษาโรค และ การบำรุงร่างกาย นั้น สามารถใช้ ส่วนของ รากหญ้าขัด ใบหญ้าขัด ทั้งต้น โดยรายละเอียดของสรรพคุณของหญ้าขัด มีดังนี้

ต้นหญ้าขัด ใช้เป็นน้ำยาบ้วนปาก บำรุงเหงือกและฟัน ช่วยลดไข้ รักษาโลหิตเป็นพิษ แก้ท้องเสีย แก้ปวดท้อง
รากของหญ้าขัด ช่วยทำให้เจริญอาหาร แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน แก้ร้อนใน รักษาโรคกระเพาะ ขับเลือด ขับรก รักษาอาการปวดประจำเดือน รักษาอาการปวดมดลูก รักษางูกัด แก้ปวด
ใบของหญ้าขัด ใช้เป็นยาบ้วนปาก ช่วยลดไข้ ช่วยขับเสมหะ แก้อาการสะอึก รักาาโรคปอด แก้ท้องเสีย แก้ปวดท้อง ช่วยขับปัสสาวะ แก้บวม

ประโยชน์ต้นหญ้าขัด

สำหรับประโยชน์อื่นๆของหญ้าขัด ที่นอกเหนือจากการรักษาโรค และ การบำรุงร่างกายนั้น หญ้าขัด สามารถนำมาทำไม้กวาดได้ และ นำมาทำอาหารสัตว์ ได้

โทษของหญ้าขัด

รากและลำต้นของหญ้าขัด มีสรรพคุณ ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของมดลูก หากใช้ในสตรีมีครรภ์ จะเร่งให้เกิดการขับเลือด ทำให้เป็นอันตรายต่อเด็กใรครรภ์ หรือ อาจทำให้แท้งลูกได้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://beezab.com

More
ข่าวทั่วไป

กระ เพรา ผักสวนครัว สมุนไพร ประโยชน์ มากมายนิยมทำอาหาร

กระ เพรา ผักสวนครัว สมุนไพร สรรพคุณของกระเพราแก้ท้องอืด แก้ท้องเฟ้อ ช่วยขับลม รักษาโรคผิวหนัง ไล่แมลง แก้ไอ ขับเสมหะ คุณค่าทางโภชนาการของกระเพรา

กระ เพรา ถือเป็นผักสวนครัวที่ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากเป็นผักที่มีกลิ่นหอมหอม และให้รสเผ็ด จึงนิยมนำมาทำอาหาร เมนูผัดกระเพรา

คุณค่าทางโภชนาการของกระเพรา

นักโภชนาการ พบว่าในกระเพรา ประกอบไปด้วย คาร์โบไฮเดรต เส้นใยอาหาร เหล็ก โปรตีน เบต้าแคโรทีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินบี1 วิตามินเอ วิตามินบี 2 ในใบของกะเพรา จะมีน้ำมันหอมระเหย อยู่หลายชนิด เช่น โอวิมอล (ocimol) เมทิลคาวิคอล (methylchavicol) แคลิโอฟิลลีน (caryophyllene) ไลนาลูออล(linalool) บอร์มีออล (bormeol) ยูจีนอล (eugenol) และแคมฟีน (camphene)

ต้นกระเพรา กระเพรา วิกิพีเดีย กระเพรา ภาษาอังกฤษ กระเพราหมู ข้าวกระเพรา กระเพราะ กระเพราไก่ กระเพรา พจนานุกรม กระเพรา ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ocimum sanctum, Linn. ชื่ออื่นๆ ของกระเพรา เช่น กระเพราแดง กระเพราขาว ก่ำก้อขาว ก่ำก้อดำ กอมก้อขาว กอมก้อด ห่อตูปลา ห่อกวอซู

กระเพรา

ลักษณะทางพฤษศาสตร์ของต้นกระเพรา

ต้นกะเพรา เป็น พืชล้มลุก ความสูงประมาณ 1-2 ฟุต โคนของลำต้น จะมีเนื้อไม้แข็ง มีขน มีกลิ่นหอม ใบของกระเพรามีสีเขียว มีขน ใบมีกลิ่นหอม กิ่งก้านเป็นรูปสี่เหลี่ยม ส่วนปลายของกิ่งจะอ่อน ดอกออกเป็นช่อ เมล็ดของกระเพรา เมื่อแก่เมล็ดจะเป็นสีดำ การขยายพันธุ์ของกระเพรา ใช้เมล็ด หรือลำต้น

  • ต้นกระเพรา เป็นไม้ล้มลุก แตกกิ่งก้านสาขา สูง 30 – 60 ซม. โคนลำต้นค่อนข้างแข็ง ตามลำต้นมีขน มีกลิ่นหอม
  • ใบกระเพรา เป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปรี กว้าง 1-3 ซม. ยาว 2.5-5 ซม. ปลายแหลมหรือมน โคนแหลม ขอบจักฟันเลื่อยและเป็นคลื่น แผ่นใบมีขนโดยเฉพาะยอด ใบสีเขียว เรียกกะเพราขาว ใบสีแดงเรียกกะเพราแดง
  • ดอกกระเพรา เป็นแบบช่อฉัตร ออกบริเวณปลายยอดและปลายกิ่ง ยาว 8-10 ซม. ประกอบด้วยดอกเล็กๆ ออกเป็นวงรอบแกนช่อเป็นชั้นๆ ก้านดอกยาว 2-3 มม. และกางออกตั้งฉากกับแกนช่อ กลีบเลี้ยงโคนติดกันเป็นรูปคล้ายระฆัง ปลายแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนบนมีกลีบเดียวค่อนข้างกลม ส่วนกลางแยกเป็น 4 แฉก ปลายแหลมเรียว ด้านในเกลี้ยง ด้านนอกมีขนตามโคนกลีบ กลีบดอกสีขาว (กะเพราขาว) หรือชมพูปนม่วงแดง (กะเพราแดง) ด้านบนมี 4 กลีบ ด้านล่างมี 1 กลีบ ขนาดยาวกว่าด้านบน ตรงกลางกลีบเว้าตื้นๆ ปลายกลีบม้วนพับลง
  • ผลกระเพรา แห้งแล้วแตกออก
  • เมล็ดกระเพรา รูปไข่สีน้ำตาลมีขนาดเล็ก มีจุดสีเข้มเมื่อนำไปแช่น้ำเปลือกหุ้มเมล็ดพองออกเป็นเมือกเมื่อแก่หรือแห้ง เมล็ดจะเป็นสีดำอยู่ข้างในซึ่งหุ้มด้วยกลีบเลี้ยง

สรรพคุณของกระเพรา สามารถนำมาใช้ ทั้งส่วน ใบ เมล็ด และราก รายละเอียด ดังนี้

  • ใบสดของกระเพรา จะมีน้ำมันหอมระเหย ประกอบไปด้วย ไลนาลูออล(linalool) และ เมทิลคาวิคอล (methylchavicol) สามารถนำมาใช้เป็นยาขับลม แก้ท้องอืด แก้ท้องเฟ้อ แก้ปวดท้อง บำรุงธาตุ
  • ใบแห้งของกระเพรา นำมาบดใช้ชงดื่มเป็นชา สามารถช่วยยับยั้งการเจริญเติมโตของเชื้อโรคบางชนิด ช่วยฆ่าเชื้อจุลินทรีย์บางชนิด
  • เมล็ดของกระเพรา นำเมล็ดไปแช่น้ำ เมล็ดจะพองเป็นเมือกสีขาว นำไปพอกในบริเวณตา จะไม่ทำให้ตาเราช้ำ
  • รากของกระเพรา
More